วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 24, 2024

จากผู้จัดการมุ่งสู่เกาะใต้ นิวซีแลนด์

Share

#ทีมนิวซีแลนด์

ปี 2016 วีซ่านักเรียน เรียนภาษาอังกฤษ

ปี 2017 – ปัจจุบัน วีซ่าทำงาน Outdoor Sows Farm manager

แชร์ประสบการณ์ กล้าออกจาก Comfort Zone ความคิดผมก่อนที่ผมจะกล้าตัดสินใจ ออกจากสิ่งแวดล้อมตัวเอง เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะการไปใช้ชีวิตในต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ

สำหรับคนที่กลัวภาษาอังกฤษอย่างผม และสื่อสารภาษาอังกฤษแบบงู ๆ ปลา ๆ เป็นอะไรที่เป็นไปไม่ได้ แต่ผมก็พิสูจน์ตัวเองโดยใช้เวลา 6 เดือนสามารถสื่อสารในระดับที่พอเข้าใจ ใช้เวลา 10 เดือนกล้าสมัครงานกับบริษัทต่างชาติ ใช้เวลา 1 ปี เปลี่ยนจากวีซ่านักเรียน เป็นเวิร์ควีซ่า

ซึ่งความสำเร็จอาจจะไม่มากแต่ก็พอเป็นแนวทางสำหรับคนไม่เก่งภาษาอังกฤษ พื้นฐานครอบครัวฐานะธรรมดา

ข้อมูลการศึกษา

ผมจบคณะเกษตรศาตร์ สาขาสัตวศาสตร์ มช. ปี 2010 เกรด 2.61 เกรดภาษาอังกฤษ C, D เรียนปี 1 ชีวิตนักศึกษาผมใช้ชีวิตปกติทั่วไปครับ และเข้าสู่วัยทำงานผมเริ่มทำงานกับบริษัท เบทาโกร ปี 2010 ตำแหน่งงาน นักวิชาการส่งเสริมการเลี้ยงสุกร

ทำได้ 2 ปี ปรับตำแหน่งเป็น นักวิชาการส่งเสริมการเลี้ยงสุกร อาวุโส ทำได้ 4 ปีกว่า ปรับตำแหน่งเป็น ผู้จัดการส่วนผลิตโครงการ อายุงานระดับ ผจก. ปีกว่าอายุงานรวม 6 ปีกว่า แล้วลาออกครับ

ทำไมถึงตัดสินใจลาออก

ความสำเร็จในอาชีพการงานที่ประเทศไทย ในชีวิตผมถือว่าประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เมื่อเราตำแหน่งงานที่สูงขึ้นหน้าที่ความรับผิดชอบยิ่งสูงด้วย ภาวะความเครียด การมีเวลาให้ครอบครัวน้อยลง การจัดการระหว่างเวลางาน กับเวลาส่วนตัวทำได้ไม่สมบูรณ์ คุณภาพชีวิตขาดสมดุล ความคิดผมถ้าเป็นแบบนี้ระยะยาว จะมีปัญหาตามมาหลายๆเรื่องทั้งครอบครัว สุขภาพ การงาน ส่งผมต่อคุณภาพชีวิต จึงได้ตัดสินใจที่จะลาออกช่วงเดือน เมษายน 2016

“ลาออกจาก ผู้จัดการ อายุ 29 มุ่งสู่ การเรียนภาษาอังกฤษ และทำงานในร้านอาหารไทยประเทศนิวซีแลนด์”

ทุกคน มีทางเลือก แต่บางครั้งเราก็สับสน ถ้าเรามีความฝันของตัวเองก็ต้องพยายามทำตามความฝัน ไม่ว่าจะกี่ปีก็ต้องทำ ในมุมของผม ผมอยากใช้ชีวิตในต่างแดนและท่องเที่ยวไปจนตาย สิ่งที่ผมทำไม่ได้ คือไม่มีทุนทรัพย์ จึงต้องทำงานที่ไทยไปถึงจุดหนึ่ง

ทำไมถึงเลือกเรียนภาษาอังกฤษ ทั้งที่กลัวภาษาอังกฤษ พอเราอายุใกล้ 30 เราก็จะรู้ว่าไม่ว่าอยู่ที่ไหนบนโลกนี้ ถ้าพูดภาษาอังกฤษได้ ก็สามารถสื่อสารกับคนอื่นรู้เรื่อง คนอื่นอาจจะคิดได้เร็วกว่านี้ครับ

ทำไมถึงเลือกประเทศนิวซีแลนด์ เพราะ วีซ่านักเรียนประเทศนี้ สามารถทำงาน part time ได้ 20 ชม.ต่อสัปดาห์ เราสามารถทำงานเพื่อค่าเรียน $260

ค่าที่พัก $150 ค่ากินอยู่ $50

ทำไมถึงเลือกทำงานในร้านอาหารไทย เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับคนที่มีภาษาอังกฤษติดตัวระดับเริ่มต้นหรือ 0 และผมเป็นคนชอบทำอาหารโดยเฉพาะอาหารเหนือ

ตัดสินใจมาต่างประเทศ หลังจากยื่นใบลาออก บริษัทขอให้ทำงานอีก 3 เดือนเพื่อถ่ายงานให้คนอื่นรับช่วงต่อ ช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่คิดมากหลายๆเรื่องว่า การตัดสินใจเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง ที่ดีแล้วหรือไม่ อนาคตจะเป็นยังไง กำหนดแนวทางชีวิตยังไง หรือเราแค่ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ แต่ยังไงก็ตัดสินใจไปแล้วอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิตก็ต้องเกิด และเวลาว่างก็หาปรึกษาเอเจนซี่ หลากหลายบริษัท หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตบ้าง ถามเพื่อน ๆบ้าง ว่าค่าใช้จ่ายการเรียนเท่าไหร่ ทำงานแบบไหนได้บ้าง รายได้เท่าไหร่ จะพอค่าครองชีพ หรือเปล่า ส่งเงินให้ที่บ้านตามปกติได้หรือเปล่า สุดท้ายพอมีข้อมูลครบ ว่าไปแล้วคุ้ม

ตัวผมเองมีวุฒิปริญญาตรี สัตวศาสตร์ และประสบการณ์ 6 ปีกว่าตำแหน่งสุดท้าย ผจก. คิดว่ามีโอกาศได้ทำงานกับบริษัทต่างชาติ แต่ไม่รู้จะเมื่อไหร่ลองไปดู ค่าเรียนจ่ายไปสัปดาห์ละ $260 นิวซีแลนด์ ค่าที่พักหาเองสัปดาห์ละ $120 ต่อคน ค่ากินตอนนั้นตั้งไว้ $50 แต่พอได้ทำงานร้านอาหารก็ประหยัดได้เยอะ เพราะกินข้าวฟรี ค่าทำวีซ่าของเอเจนซี่ ไม่คิดนะครับ อันนี้ดูดี ๆ

วันที่ 15 กันยายน 2016 เดินทางสู่ประเทศนิวซีแลนด์

วันที่ครอบครัวฝากความหวังกับผมต้องประสบความสำเร็จในต่างประเทศให้ได้ เรียนภาษา และทำงานที่ประเทศนิวซีแลนด์ รายได้ขั้นต่ำประเทศนิวซีแลนด์อยู่ที่ $15.75 NZ

การเลือกโรงเรียนมีผลกับวีซ่า ถ้าเราเลือก ระดับมาตรฐาน Cat 1 วีซ่าก็สามารถทำงาน part time ได้ 20 ชม.ต่อสัปดาห์ โรงเรียนที่ระดับมาตรฐานต่ำกว่า Cat 1 ก็จะมีข้อกำหนดเรื่องการทำงาน การเรียนการสอนแต่ละโรงเรียนจะเรียนวันละ 4-5 ชม.เริ่ม 8.30-12.45 หรือเริ่ม 9.00-14.30 หรือเรียนภาคค่ำ

สิ่งที่สำคัญคือการเข้าเรียนอย่างน้อยต้อง 90% ถ้าเป็นไปได้ อยากให้เข้าเรียน 100% เพราะมีผลต่อวีซ่าปัจจุบัน และการต่อวีซ่าในอนาคต หลังจากเลิกเรียนก็สามารถหางาน part time ทำได้ ก่อนจะสมัครงาน ควรติดต่อโรงเรียนเพื่อขอทำ IRD ระบบเสียภาษีของประเทศนิวซีแลนด์

การสมัครงานก็จะมีในกลุ่ม Facebook คนไทย หรือเดินไปทิ้ง CV ตามร้านต่าง ๆ หรือเว็บไซต์ seek.co.nz หรือ trademe.co.nz ซึ่งถ้าทำงานร้านอาหารไทยเรื่องรายได้ก็ตามที่รู้ๆกันครับ แต่ผมก็สามารถพิสูจน์ตัวเองกับร้านอาหารไทย จนได้ค่าแรงขั้นต่ำ ที่ $15.75 NZ จนได้ เพราะผมเป็นคนชอบเรียนรู้ และได้เรียนรู้การทำอาหารกับเชฟไทยที่นั้น จนสามารถทำอาหารได้เกือบครบทุกเมนู ทอด แกง ผัด ทำซอล ทำอาหารว่าง เตรียมวัตถุดิบก่อนขาย

สำหรับตัวผมเอง ไม่ได้เป็นคนตั้งใจขยันที่จะให้พูดภาษาอังกฤษได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว เวลาผมเรียนก็จะไม่เครียดมาก ผมเริ่มระดับต่ำสุด Beginners และ Elementary เพราะไม่รู้อะไรเลยทั้งคำศัพท์ แกรมม่า ประโยคต่าง ๆ

ข้อดีของการเรียนต่างประเทศคือ คุณจะใช้ภาษาอังกฤษมากกว่า 80% ในแต่ละวัน ในห้องเรียนถ้ามีคนไทยก็อย่าพูดภาษาไทย ครูคนสอนก็จะพยายามบอกอยู่แล้ว แต่ตัวเราเองก็ต้องบอกเพื่อนว่าพูดอังกฤษมาเลย ในห้องเรียนอย่าแปลคำศัพท์ เป็นความหมายภาษาไทย ให้ใช้วีธีถามเพื่อนหรือครู หรือนอกห้องเรียนก็พยายามแปลอังกฤษเป็นอังกฤษ เพราะเวลาใช้งานจริงเพื่อนต่างชาติไม่รู้ความหมายไทย ฝึกฝนง่าย ๆ

  1. ฝึกฝนด้วยตนเองเช่น ฟังเพลงสากล ดูหนังภาษาอังกฤษ ดูคลิปต่างๆทั้งของคนไทยเองและต่างชาติ ก่อนหน้านี้ผมฟังหรือดูได้ไม่เกิน 5 นาทีครับ แต่หลังจากทำไป 2-3 เดือนเริ่มชิน ดูหนังจบเรื่อง ฟังเพลงได้เป็นชั่วโมง ดูคลิปจนจบถึงจะไม่รู้เรื่องก็ตาม
  2. การทบทวนหลังเลิกเรียนอันนี้ตัวผมเองทำแค่20% เช่น การท่องคำศัพท์ตามบทเรียน ทบทวนแกรมม่า อ่านบนสนทนา เขียนบนความสั้นๆ ถ้าคุณตั้งใจ ผมว่าคุณทำได้ 100%
  3. หาเพื่อนต่างชาติเพื่อฝึกฝนการสื่อสาร ชวนเพื่อนไปท่องเที่ยว กินข้าว หรือทำกับข้าวกินกันเอง ใช้ชีวิตกับชาวต่างชาติมากๆภาษาจะพัฒนาได้เร็ว หรือจะพักกับต่างชาติก็จะดีมาก ๆ
  4. กล้าที่จะพูดภาษาอังกฤษ การแสดงความเห็นในชั้นเรียน เมื่อเราพูดคำศัพท์ หรือการออกเสียงผิด ครูและเพื่อนจะเป็นคนแก้ไขให้เราก็จะจำได้ดี

สุดท้ายอย่าคาดหวังมากเกินไป เพราะต้นทุนการเรียนภาษาต่างกัน ตย.ผมเรียนภาษาอังกฤษตอน ป.4 ถึงมหาวิทยาลัยยังไม่รู้เรื่องเลย นี้แค่มาเรียน 3 เดือน 6 เดือน คาดหวังที่จะพูดได้เหมือนเจ้าของภาษา
ผมใช้เวลา 4 เดือนสอบเลื่อนระดับได้ Pre-Intermediate ใช้เวลา 6 เดือนได้ Intermediate ลองสอบไอเอล ได้ 4.0 ในความคิดผมถือว่าประสบความสำเร็จเรื่องภาษาแล้วครับ จาก 0 สามารถสื่อสารได้ กับต่างชาติ
ขั้นตอนสมัครงาน เอกสารต่าง ๆ

เมื่อผมมั่นใจเรื่องภาษาอังกฤษเในระดับหนึ่งระดับ Intermediate จากนั้นก็หาสมัครงานใรเว็บไซต์ http://trademe.co.nz หรือhttp://seek.co.nz สิ่งที่ควรเตรียม

  1. ข้อมูลส่วนตัว CV และ cover letter
  2. วุฒิการศึกษา
  3. ใบรับรองการทำงาน ฉบับภาษาอังกฤษ

ศึกษาตำแหน่งงานของประเทศนิวซีแลนด์ ที่สามารถออกวีซ่าทำงานได้ใน https://skillshortages.immigration.govt.nz/ การสมัครงานส่วนใหญ่จะสมัครช่องทาง อีเมล์ หรือกดสมัครผ่านเว็บได้เลย ตัวผมเองก็ส่งใบสมัครวันละ 2-3 ฉบับ เพื่อฝึกฝนการส่งอีเมล์ ตอบอีเมล์

ซึ่งตอนแรงผมก็สมัครงานที่ไม่มีประสบการณ์ และได้อีเมลล์ปฏิเสธตลอด เลยรอเวลาที่มีตำแหน่งงานที่ผมมีประบการณ์ คืองานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ส่งอีเมล์ภาษาอังกฤษแบบบ้าน ๆ เลยครับ ผมคิดว่าคนอื่นน่าจะทำได้ดีกว่าผมอีกครับ

จบผมได้อีเมลล์ ตอนนั้นดีใจมากสัมภาษณ์งานกับบริษัทต่างชาติ โดยเจ้าของบริษัท โดย Skype คุยกับเห็นหน้า ประมาณ 30 นาที ซึ่งผมก็ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เคยทำมา และการวางแผนในอนาคต ผมสอบถามการดำเนินการออกวีซ่า เวิร์ควีซ่า รอบแรกผลคือผ่าน และให้ไปสัมภาษณ์ที่ฟาร์มจริง ๆ ในเวลาต่อมาครับ

บริษัทที่ผมสมัครงานตั้งอยู่เกาะใต้ เมือง christchurch ประเทศนิวซีแลนด์ หลังจากนัดหมายผมก็เตรียมตัว ข้อมูลต่าง ๆ จนถึงวันจริงก็เดินทางไปเที่ยวรอบเกาะใต้ และไปสัมภาษณ์งาน ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2017 ใช้เวลาสัมภาษณ์กับเจ้าของบริษัทและขับรถรอบฟาร์ม ประมาณ 1 ชั่วโมง โดยอธิบายการทำงาน และประสบการณ์ที่เมืองไทย ซึ่งมีความเหมือนและตากต่างกันอยู่บ้าง ซึ่งเจ้าของบริษัทบอกว่าจะแจ้งผมอีกประมาณ 5 วัน
หลังจากนั้นวันที่ 25 กรกฎาคม 2017 ได้รับอีเมลผมคือได้งาน ตอนนั้นดีใจมากคิดว่าตัวเองทำตามความฝันได้แล้ว

ขั้นตอนยื่นขอเวิร์ควีซ่า

หลังจากผมสัมภาษณ์ บริษัทได้ให้เอกสาร Job offer JD และหนังสือสัญญาการจ้างงาน ปกติประเทศนิวซีแลนด์ นายจ้างเค้าจะจ้างบริษัทจัดทำวีซ่า เรามีหน้าที่เตรียมเอกสารให้ครับเช่น วุฒิการศึกษา ใบรับรองการทำงาน ใบรับรองพฤติกรรม ใบขับขี่สำหรับงานที่ต้องขับรถ เอกสารทุกอย่างแปลเป็นภาษาอังกฤษ และตรวจสุขภาพตามข้อกำหนดประเทศนิวซีแลนด์ ระยะเวลาก่อนรอวีซ่าประมาณ 21-30 วัน

การทำงานบริษัทต่างชาติ แน่นอนว่าภาษาเราจะพัฒนาเร็วมากเพราะเราได้ใช้ทุกวัน ทุกเวลา เรื่องรายได้ก็ถือว่าโอเค คิดเป็นเงินไทยก็เกือบแสน แต่ภาษีค่อยข้างโหด 17.5% นอนจากนี้จะได้เรื่องคุณภาพชีวิต รวมถึงถ้ามีโอกาสทำงานวันหยุด หรือเสาร์ อาทิตย์ ก็ได้ค่าแรง 1.5 เท่า

ตอนนี้ผมทำงานเข้าปี 4 ย้ายมาอยู่อีกฟาร์ม เพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

  • นิวซีแลนด์เป็นประเทศแห่งการพักผ่อน ท่องเที่ยว เงียบสงบ มี 4 ฤดูกาล อุณหภูมิ -10 ถึง 35 องศาแบ่งเป็น 2 เกาะ เหนือกับใต้
  • รายได้คิดเป็นชั่วโมง ขั้นต่ำ $20/hr. หรือ $800 ต่อสัปดาห์ รายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ $27/hr.
  • ภาษี 10.5% – 39% ค่อนข้างสูง
  • ทำงานครบ 1 ปี ได้ holidays pay 4 weeks
  • สวัสดิการสำหรับผู้ที่ถือวีซ่าทำงาน 2-3 ปีขึ้นไป
  • Partner ได้วีซ่า open work
  • ลูกเรียนจ่ายเท่าเด็กนิวซีแลนด์ ตั้งแต่อายุ 6-19 ปี
  • รักษาพยาบาลฟรี เสียเฉพาะค่า GP $40-$50
  • ค่าครองชีพ เทียบกับค่าแรง ต้องอยู่แบบประหยัด ทำอาหารกินเอง น้ำก๊อกดื่มได้
  • ราคาวัตถุดิบอาหารเช่นเนื้อ $13-$40/kg หมู $8-$20/kg ไข่แผงละ $5-$10 ปลา $6-$45/kg อาหารตามร้าน $12-$30 ต่อจาน บุฟเฟ่ต์ $40-$50 ต่อคน
  • ร้านอาหารตอนเย็นปิดเร็ว ตอนเช้ามีเปิดเฉพาะ cafe
  • ค่าครองชีพจะแพงเรื่องค่าที่พัก ส่วนใหญ่เค้าจะอยู่แชร์บ้านกันตกสัปดาห์ละ $120-$250 หรือเช่าทั้งหลัง $400-$700 แล้วแต่พื้นที่ บ้านราคาสูง $350k-$1M
  • รถยนต์เป็นสิ่งจำเป็นมาก ราคามือสองค่อนข้างถูก $2,000-$10,000 รถใหม่ $30k-$100k ภาษี+WOF ปีละ $200 น้ำมันลิตรละ $1.5-$2.5 เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง $100-$150 ใบขับขี่ไทย 5 ปีสามารถมาสอบข้อเขียน และขับจะได้ Full NZ Driver licence
  • การเดินทางส่วนใหญ่จะเป็น 2 เลน กำหนดความเร็วไม่เกิน 100 km./hr ในหมู่บ้าน 50-70 km./hr ทำผิดกฎจารจร ค่าปรับ $80-$150
  • แนวทางการขอ Resident visa ตอนนี้อยู่ในช่วงแก้ไขกฎระเบียบ สำหรับ skilled migrant category

สุดท้าย ฝันให้ไกลไปให้ถึงครับ ผมเป็นแอดมินกลุ่ม คนไทยใน เกาะใต้ (New Zealand)


ข้อมูลจากเฟซบุ๊ค โยกย้ายมาส่ายสะโพกโยกย้าย

กาเหว่า
กาเหว่าhttp://konderntang.com
มีความชอบและหลงไหลในเทคโนโลยีทางด้านไอที การลงทุน และเงินคริปโต .. นอกจากนี้แล้วมักใช้เวลาว่างไปกับการท่องเที่ยว ถ่ายรูป ไปค่ายอาสา ..

Read more

Local News