มันเคยมีครั้งหนึ่งที่ Bitcoin นั้นไม่เคยอยู่ในสายตาของสถาบันการเงินขนาดใหญ่มาก่อน ซึ่งในตอนนั้นมันเป็นเพียงแค่ “เครื่องมือ” ขนาดเล็กๆที่ใช้กันในหมู่ผู้ค้ายาเสพย์ติดบน dark web หรือตลาดมืดบนอินเทอร์เนต ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่มีความน่ากลัวเลยสักนิด หากมองจากมุมมองของสถาบันการเงินและธนาคาร

อย่างไรก็ตาม เจ้า “เครื่องมือ” ที่ว่านี้ดูเหมือนว่าจะเริ่มที่จะแผ่ขยายอาณาจักรความน่ากลัวของมันขึ้นมาอย่างกว้างขวาง และเริ่มที่จะ disrupt หลายๆสิ่งหลายๆอย่างแล้ว จาก Bitcoin สู่เหรียญ cryptocurrency อื่น ๆ, ICO และเทคโนโลยี Blockchain ที่เป็นฐานรองรับการทำงานของมัน โดยหากมาดูให้ดีๆแล้ว สิ่งเหล่านี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นภัยคุกคามต่อธนาคารอย่างแท้จริง

“การพุ่งขึ้นของราคา Bitcoin อย่างรุนแรงและรวมถึงการปรับตัวใช้เหรียญดังกล่าวในหมู่คนทั่วไปก็มีมากขึ้นเช่นกัน สิ่งเหล่านี้ทำให้ธนาคาร, ผู้ออกกฎหมายด้านการเงินต้องหันมามอง และหาทางปรับตัวเองใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้ รวมถึงการร่วมมือกับบริษัทด้าน cryptocurrency ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่มีขึ้นต่อพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

Bitcoin VS ธนาคาร

ทางผู้ออกกฎหมายกำลังหาวิธีการไล่ตาม Bitcoin และ cryptocurrency อื่น ๆ ให้ทัน ก่อนที่จะรู้ตัวว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่จะไล่ตามจับสิ่งเหล่านี้ได้ อันที่จริงแล้ว เทคโนโลยีดังกล่าวกำลังท้าชนกับระบบการเงินโดยรวมที่เชื่อมต่อกับธนาคารทั่ว ๆ ไป และรวมถึงธนาคารอีกหลาย ๆ ธนาคารที่มีรัฐบาลหนุนหลังอยู่

โดยเฉพาะรัฐบาลประเทศจีน, รัสเซีย, ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ที่กำลังพยายามอย่างหนักมากที่จะหาทางควบคุมเทคโนโลยีที่มีแนวคิดด้านความเป็น decentralized ดังกล่าวนี้

การเปลี่ยนอำนาจ

ก่อนหน้านี้ธนาคารได้ยืนหยัดทำหน้านี่เป็นตัวกลางด้านการเงินมาได้เป็นเวลาหลายร้อยปี และนั่นคือปัญหาหลักของพวกเขา เนื่องจากว่า Bitcoin ที่ทำงานอยู่บนระบบเทคโนโลยี Blockchain นั้นหากให้เปรียบก็คงไม่ต่างจากผี เนื่องจากธรรมชาติของมันที่เป็นเรื่องยากมากที่จะเข้ามาควบคุมหรือทำลาย

ที่น่าสนใจคือก่อนหน้านี้นาย JOHN MCAFEE หรือผู้ก่อตั้งบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ออกมากล่าวเกี่ยวกับผู้ออกกฎหมายและ BITCOIN โดยบอกว่าพวกเขาจะไม่มีวันแบนมันได้แน่นอน”

อำนาจในการควบคุมด้านการเงินกำลังถูกแย่งไปจากสถาบันการเงินอย่างช้า ๆ และคืนกลับมาสู่ประชาชน ในแบบที่เห็นใน Wall Street เมื่อไม่นานมานี้ ที่นักลงทุนในนั้นต่างก็แบ่งแยกพรรคพวกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเข้าข้างเทคโนโลยีนี้โดยบอกว่ามันคืออนาคต ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งต่อต้านมัน

บุคคลทั่วไปใครก็ได้สามารถที่จะทำธุรกรรมเหรียญคริปโตแบบ P2P กับคนแปลกหน้าได้โดยไม่จำเป็นต้องมีสถาบันการเงินมาเป็นตัวคั่นกลางอีกต่อไป

ซึ่งก็เหมือนกับเครื่องแฟกซ์, ห้องสมุด หรือแม้แต่แทกซี่ ที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามา disrupt สิ่งเหล่านั้นและทำให้มันล้าหลังไปไหนที่สุด ในตอนนี้ธนาคารกำลังจับตาดู Bitcoin อยู่ด้วยความระแวงว่าสักวันหนึ่งมันจะมาแย่งอำนาจของพวกเขาให้หมดไปในที่สุด

อย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนี้ดูเหมือนว่าจะไม่หยุดลงอย่างง่าย ๆ เมื่อรัฐบาลบางประเทศกำลังพยายามที่จะออกกฎหมายเพื่อมากีดกั้นให้ผู้คนออกห่างไปจากสิ่งนี้ แม้ว่ามันจะไม่สำเร็จก็ตาม


ต้นฉบับบทความ

siamblockchain.com

Comments

comments

แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By Paitoon Pairor
Load More In บิทคอยน์