ก่อนอื่นขอออกตัวเลยว่าข้อมูลทั้งหมดที่ผมนำมาวิเคราะห์นำมาจากข้อมูลใน Blockchain.info และข้อมูลจากสถิติเดิม ๆ จากหลาย ๆ แหล่ง ซึ่งผมไม่ขอการันตีว่าทั้งหมดจะต้องตรงเป๊ะ ๆ ผมแค่จะแสดงให้เห็นว่าจริง ๆ แล้ว บิทคอยน์ จะเป็นยังไงเมื่อมันหมดไปจากระบบหลังจากที่ขุดไปหมดแล้ว แล้วก็จะหมดในช่วงไหน โดยการคำนวณผมจะใช้ตัวแปร 4 ตัวก็คือ Difficulty, Halving, New Blocks, Total Bitcoins left to mine ซึ่งค่าที่ผมนำมาคำนวณเป็นค่าคงที่บ้าง และไม่คงที่บ้าง ซึ่งจริง ๆ มันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งก็ต้องคำนวณใหม่อีกรอบ และบางตัวแปรก็ไม่สามารถคาดเดาได้ในอนาคตนะครับ

1. Difficulty

ระดับความยากในการ ขุดบิทคอยน์ บางท่านอาจจะคุ้นชินดีกับคำ ๆ นี้ ในการทำเหมืองบิทคอยน์นั้นเราต้องเจอกับค่า Diff อยู่ตลอดเวลา ค่านี้มันเกิดขึ้นเพื่อที่จะเอาไว้ป้องกันเทคโนโลยีที่โตเร็วเกินไป เผื่อวันดีคืนดีมีใครก็ไม่รู้สามารถผลิตเทคโนโลยีกำลังสูงที่สามารถถอดรหัสได้อย่างรวดเร็วและทำให้บิทคอยน์หมดจากโลกไปอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่า Satoshi Nakamoto รู้ดีว่าเทคโนโลยีเป็นอะไรที่ก้าวกระโดดมาก ๆ มันอดคิดไม่ได้นะว่าอยู่ดี ๆ จะมีคนแบบ Alan Turing ที่สามารถผลิตเครื่องถอดรหัสจากเครื่อง Enigma จนทำให้อังกฤษสามารถเอาชนะสงครามโซเวียตมาได้ เค้าเลยคิดว่าเค้าต้องมีค่า Diff ที่เอาไว้เพื่อให้การถอดรหัสนั้นยากขึ้นเมื่อมีกำลังขุดในระบบสูงขึ้น (Hashrate) ทุก ๆ ครั้งที่กำลังขุดในระบบได้เพิ่มสูงขึ้น ระบบจะมีการเพิ่มค่า Difficulty อัตโนมัติโดยมันจะเปลี่ยนประมาณ 2 สัปดาห์โดยประมาณ บางเดือนจะอัพเดท 2 รอบ และมากสุด 3 รอบ ดูได้จากรูปด้านล่างนี้

2. Halving

ด้วยบิทคอยน์แตกต่างกับสกุลเงินที่เราใช้ในปัจจุบัน และเพื่อป้องกันปัญหาเงินเฟ้อในระบบ ท่านศาสดา Satoshi Nakamoto เลยออกแบบวิธีการที่เรียกว่า “Halving” แปลเป็นไทยได้ว่า การลดลงครึ่งหนึ่งของจำนวนรางวัลการขุดที่ได้รับ (Blocks Reward) ซึ่งมันจะเกิดขึ้นทุก ๆ 4 ปี จริง ๆ มันไม่ได้คำนวนเป็นเวลานะครับ มันคำนวนตามจำนวน Blocks ที่เกิดขึ้น (ทุก ๆ 210,000 Blocks) แต่ด้วยเวลาเฉลี่ยของ Blocks ที่เกิดขึ้นใหม่นี้ เวลาของมันเหมือนกับค่าคงที่มาก ๆ (ถ้ายังงงไม่เป็นไรอ่านต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ) เราเลยสามารถคำนวณได้ พอคำนวณแล้วจะอยู่ประมาณ 4 ปีนะครับ ซึ่งผมจะไม่ใช้ตัวแปรนี้ในหน่วยของเวลา แต่จะใช้จำนวน Blocks คือ 210,000 แทนนะครับเพื่อความแม่นยำมากยิ่งขึ้นและจะได้รู้ว่าทำไมมันถึงเป็น 4 ปี

โดยเดิมแรกเริ่มบิทคอยน์ให้รางวัลการขุดสำหรับคนที่ถอดรหัสได้สำเร็จอยู่ที่ 1 Blocks = 50 BTC นะครับ เหตุการณ์ Halving เกิดขึ้นมาแล้วทั้งหมด 2 ครั้ง ผมจะให้ดู Chart ของการ Controlled Supply ของบิทคอยน์นะครับว่าเราอยู่ในช่วงไหน

เมื่อเราดูจาก Chart นี้แล้วก็สามารถคำนวณได้เลยครับว่า ตอนนี้ปี 2017 ที่เขียนบทความอยู่นี้ อีก 52 ปีนั้นคือครั้งที่ 13 ของการ Halving นั้นรางวัลต่อ 1 Blocks นั้นจะอยู่ที่ 0.00610351 BTC สำหรับสายขุด (Miner) ถ้าอยู่ถึงปี 2062 ปีนี้จะเป็นช่วงของการขุดเพื่อหาค่าธรรมเนียมแล้วหล่ะครับ เพราะสังเกตุว่ารางวัลต่อ Blocks นี้เป็นจำนวนที่น้อยมาก ๆ แล้วจะคุ้มหรือเปล่า อันนี้ผมจะคำนวณให้ในตอนสรุปนะครับ

สำหรับท่านที่อ่านบทความผมอยู่อยากรู้ว่าจะต้อง Halving ไปกี่ครั้งแล้วไปถึงปีไหนก็ง่าย ๆ เลย เปิดเครื่องคิดเลขขึ้นมาแล้วเอามากด 50 หาร ด้วย 2 แล้วก็กด = ไปเรื่อย ๆ จนหน่วยทศนิยมหลักที่ 8 มันเริ่มหายไปนั่นแหละครับ ผมจะไม่บอกว่าเป็นยังไง แต่ลองไปกดกันเล่น ๆ ดูนะครับแล้วจะทึ่งมาก ๆ 🙂

3. New Blocks (Per Days)

รายการ Blocks ที่เกิดใหม่นี้ผมจะเริ่มต้นการคำนวณโดยใช้ตัวเลขค่าเฉลี่ยของอัตราการเกิด Blocks ต่อวันมาคำนวณนะครับ ตัวเลขนี้อาจจะมีความผิดพลาดที่สูงผมก็เลยนับสถิติย้อนหลังของวันที่ 20/05/2017 โดยอ้างอิงจากลิ้งนี้ ครับ

https://blockchain.info/blocks/1495244207653

แล้วคำนวณหา Blocks ที่เกิดขึ้นต่อวันโดยการนับย้อนหลังไป 10 วันแล้วผมจะใช้ค่าเฉลี่ยมาคำนวณนะครับ โดยค่าที่ผมนับไป 10 วันโดยการกด << Previous ไปเรื่อย ๆ คือ 165, 165, 142, 165, 132, 170, 164, 158, 154, 135

ก็จะได้ตัวเลขทั้งหมดมารวมกันแล้วหาร 10 ก็คือ 155 Blocks ต่อวันครับ ตัวเลขการเกิด Blocks ใหม่นี้ถ้าย้อนกลับไปดูช่วงที่ Bitcoin พึ่งเกิดใหม่ ๆ หรือจะไปเริ่มคำนวณที่ Genesis Blocks (Blocks #0) ก็จะเห็น Duration Time ก็ประมาณนี้นะครับไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ จะสังเกตุได้ว่า ถึงแม้ว่า Difficulty จะน้อยหรือสูงแค่ไหน อัตราการเกิด Blocksใหม่ก็จะคงที่อยู่ตลอดเวลา นี้อาจจะเป็นเหตุผลของ Satoshi Nakamoto ที่ต้องการให้การเกิด Supply ของ บิทคอยน์ ในระบบให้อยู่ในเวลาที่เหมาะสมที่ควรจะเป็น

4. Total Bitcoins left to mine

บิทคอยทั้งหมดในระบบจะมีได้แค่ 21,000,000

ตอนนี้ BTC ที่ถูกขุดเจอไปแล้วทั้งหมด 16,341,500 BTC ข้อมูล ณ วันที่ May, 21, 2017 นะครับ โดยวิธีการคำนวณว่าขุดไปแล้วทั้งหมดกี่ % ผมก็คำนวณแบบนี้ครับ

((16341500/21000000) * 100) = 77.81 %

โอ้วโหว ผ่านมาแค่ไม่กี่ปี บิทคอยน์ถูกขุดเจอไปแล้วแทบจะเรียกได้ว่า ใกล้ 80% แล้วนะครับ ถ้าเราสังเกตุ เราจะเห็นความสัมพันธ์กับการ Halving จะทำให้เรารู้จริง ๆ แล้วช่วงแรก ๆ มันจะทำให้บิทคอยน์นั้นขุดเจอง่ายมาก ๆ แต่ช่วงหลัง ๆ นี้แทบจะเรียกได้ว่ายากขึ้นเป็นหลายเท่าเลยครับ

สังเกตุเห็นอะไรไหมครับ ?

โอเค ถ้าเราดูดีๆ ว่ากราฟที่ผมเอามาให้ดูด้านบนนี้คือกราฟนี้

มันเหมือนกับ….. ?

ใช่แล้วมันคล้าย ๆ กับ Fibonacci เลยใช่ไหมครับ ถ้าใครยังไม่เข้าใจเรื่อง Fibonacci สามารถไปเปิด Google อ่านได้เลยนะครับเพราะเดี๋ยวบทความนี้จะยาวมาก ๆ

หลายคนถามว่าถ้าเกิดขุดไปแล้วมันหมดไปแล้วจะทำยังไง… บิทคอยน์จะตายไหม คนจะเลิกนิยมหรือเปล่า ? ผมต้องบอกไว้ตรงนี้เลยครับว่ากว่าจะไปถึงวันนั้นได้ เราคงตายไปแล้วครับคงเป็นอีกช่วงอายุคน หรือก็คงเป็นรุ่นลูกหรือรุ่นหลานเราครับที่ได้เห็นว่าบิทคอยน์นั้นขุดไปหมดแล้ว ถ้าคุณอ่านที่ผมบอกให้กดเครื่องคิดเลขคุณจะเข้าใจเองครับว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น


สรุปครับ

สรุปได้ซักทีเขียนมาตั้งยาว ฮ่า ๆ ที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้เพื่อให้กับบางคนได้มองเห็นภาพมากยิ่งขึ้นว่าจริง ๆ แล้วเศรษฐศาสตร์ของบิทคอยน์มันเป็นแบบนี้ครับ ทุกอย่างที่มันเกิดขึ้น มันไม่ได้บังเอิญแต่อย่างใดครับ ทุกอย่างถูกคนวณมาแล้วล่วงหน้า สำหรับคนที่มองว่าสายขุดหรือ Miner จะไม่คุ้มเพราะยิ่งขุดได้น้อยลงเรื่อย ๆ เราอย่าลืมไปครับว่า ยิ่งถ้าขุดยากขึ้นนั่นหมายถึง Supply ที่น้อยลง ถ้า Demand เพิ่มขึ้นแสดงว่าราคาบิทคอยน์จะต้องเพิ่มตามอยู่แล้วซึ่งเป็นไปตามหลัก ถ้าต้นทุนส่วนหนึ่งคือค่าไฟ อย่าลืมไปว่าค่าไฟเราจ่ายเป็นเงิน THB ซึ่งมันก็ไม่ได้แพงไปตามบิทคอยน์ เพราะมัน Fix Rate

จริงๆแล้วเราสามารถคำนวณราคาบิทคอยน์แบบคร่าว ๆ ได้ด้วยสูตรนี้นะครับ

(( ราคาปัจจุบัน * Halving ) * 2)

ซึ่งไอ้ที่ผมเขียนไว้ด้านบนนี้ผมใช้การคำนวณจากสถิติเดิมที่บิทคอยน์นั้นเคยทำไว้ ซึ่งอาจจะไม่ได้ตรงเป๊ะ ๆ แต่นั่นก็คือทำให้เรามองภาพออกว่ามันควรจะราคาเท่าไหร่ แต่มันจะไม่ได้เกิดขึ้นทันทีนะครับอาจจะใช้เวลาหลายเดือน เพราะตามปกติสถานการณ์ในตลาดมักจะมีเหตุการไม่คาดฝันอยู่บ่อย ๆ

สมมุติ

  • ครั้งที่ 1 : ราคาบิทคอยน์ก่อนการ Halving ครั้งแรกอยู่ที่ 500 USD รางวัลต่อ 1 Blocks คือ 50 BTC หลังจาก Halving สำเร็จรางวัลต่อ 1 ฺBlocks เหลือ 25 BTC ราคาขยับไปอยู่ที่ 1,000 USD
  • ครั้งที่ 2 : ราคาบิทคอยน์ก่อนการ Halving อยู่ที่ 1,000 USD รางวัลต่อ 1 Blocks คือ 25 BTC หลังจาก Halving สำเร็จรางวัลต่อ 1 Blocks เหลือ 12.5 BTC ราคาขยับไปอยู่ที่ 2,000 USD

อันนี้ก็ยกตัวอย่างให้ภาพคร่าว ๆ ประมาณนี้ครับสำหรับ Halving ที่จะมาถึงนี้ก็นับวันรอได้เลยว่า อีก 1129 วันครับ ถ้าคำนวณจากวันนี้ก็คืออีก 3 ปีครับ เพราะล่าสุดก็ผ่านมาแล้ว 1 ปี

ถ้าเราอยากรู้ว่าอีกกี่ปีราคาบิทคอยน์ควรจะอยู่ที่ช่วงราคาไหนก็สามารถใช้สูตรนี้คำนวณหาแบบคร่าว ๆ ได้เลยครับ

โอเคครับ ที่ผมได้แปะโป้งเอาไว้ว่าสายขุดจะคุ้มหรือไม่ ผมก็จะไม่ขออธิบายอะไรเพิ่มเติมผมเชื่อว่าพอท่านอ่านมาถึงจุด ๆ นี้แล้วจะเริ่มเข้าใจไปหมดแล้ว

ด้วยเหตุผลนี้เราจะอนุมาณได้ว่าราคาบิทคอยน์อีกปัจจัยหนึ่ง ราคาเกิดจากการสะท้อนต้นทุนการผลิตที่มีผลพวงมาจากค่าไฟและอุปกรณ์ในการขุดเหมือง ไม่ใช่ปัจจัยทางตลาด 100% สำหรับคนที่บอกว่าบิทคอยน์นั้นราคาเกิดจากการปั่น ผมมองว่าอาจจะเข้าใจแบบผิด ๆ

สุดท้ายนี้ตัวเลขที่ผมเอามาคำนวณเป็นเพียงตัวเลขทางสถิติเท่านั้นไม่ได้จะมีเจตนาเพื่อชี้นำใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ราคาของบิทคอยน์นั้นก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเดียว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ในอนาคตเราไม่สามารถรับรู้ได้เลย เพียงแต่ว่าเราเรียนรู้พื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ของมันแล้วเราจะมองการลงทุนในบิทคอยน์ได้ดีมากขึ้นครับ บางคนบอกขุดกันยากขนาดนี้ไปสายเทรดดีกว่าไหม อื้มม.. อย่าลืมนะครับว่าสายเทรดนั้นยังมีอีกหลายปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ อย่างไรก็ตามก็แล้วแต่ความสามารถและดุลยพินิจของท่านเองว่าสามารถควบคุมความเสี่ยงได้น้อยแค่ไหน


ที่มาของข้อมูล

Comments

comments

Summary
ชอบบทความนี้รึเปล่า ถ้าชอบก็ให้คะแนนกันหน่อยนะจ้ะ
0 %
คะแนนเฉลี่ย 4.2 ( 2 จำนวนผู้ให้คะแนน)
แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By Paitoon Pairor
Load More In Crypto Currency (เงินดิจิตอล)