สำหรับมือใหม่ที่ได้ยินเรื่องของสกุลเงินใหม่ที่เรียกว่า bitcoin หรือเงินดิจิตอล (cryptocurrencies) กันอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากปากนักลงทุนหรือธุรกิจต่าง ๆ ที่พยากรณ์ว่า ค่าเงินนี้จะเข้ามาเป็นสิ่งสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงโลกในอนาคต แต่เพื่อน ๆ รู้อะไรเกี่ยวกับ bitcoin บ้าง? อันที่จริงแล้ว bitcoin เป็นเพียงหนึ่งในเงินดิจิตอลหลาย ๆ สกุลที่มีอยู่ในตลาดนะครับ

งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า bitcoin หรือเงินดิจิตอลนั้น มีความสำคัญอย่างไร และเพื่อน ๆ ควรเตรียมตัวสำหรับการลงทุนในสกุลเงินเหล่านี้อย่างไรบ้างในอนาคต

เงินดิจิตอลคืออะไร?

เงินดิจิตอล คือ สกุลเงินหรือค่าเงินที่ออกแบบมาให้อยู่ในรูปแบบที่เข้ารหัสด้วยคอมพิวเตอร์ ไม่มีรัฐบาลใดสามารถควบคุมมูลค่าได้ แต่มูลค่าของเงินดิจิตอลที่แท้จริงจะขึ้นลงตามความต้องการและซื้อขายในตลาด

ถ้าหากลองนึกถึงค่าเงินอื่น ๆ ที่เรารู้จักกันอย่างเช่นค่าเงินบาท แน่นอนว่าก็ถูกควบคุมมูลค่าโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ถูกต้องไหมครับ? โดยค่าเงินต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก็เป็นค่าเงินที่ถูกตั้งขึ้นตามแต่ละประเทศนั้น ๆ และควบคุมโดยรัฐบาลหรือธนาคารของประเทศนั้น ๆ นั่นทำให้ค่าเงินของแต่ละประเทศนั้น มีผลต่อการดำเนินงานและสถานะทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น ถ้าในช่วงนี้ค่าเงินบาทแข็งกว่าเงินดอลล่าร์ เราก็อาจจะมีการส่งออกไปยังสหรัฐหรือประเทศอื่น ๆ ที่อิงค่าเงินดอลลาร์ในการแลกเปลี่ยนเป็นหลักน้อยลง เนื่องจากของทุกอย่างแพงขึ้นสำหรับผู้นำเข้านั่นเอง สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะทำนั่นก็คือการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อให้ค่าเงินอ่อนตัวลง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเงินดิจิตอลนั้นกลับต่างกัน นั่นก็คือไม่มีคนควบคุมว่ามูลค่าของค่าเงินจะเป็นเท่าไหร่ แต่ค่าเงินดิจิตอลจะขึ้นอยู่กับหลักอุปสงค์และอุปทานอย่างแท้จริง

แต่สกุลเงินทั่วไปก็ไม่ได้ขึ้นกับอุปสงค์และอุปทานหรอกหรอ? แตกต่างกันยังไงอ่ะ?

ถ้าเพื่อน ๆ ยังคงไม่เห็นความแตกต่างถ้าอย่างนั้นพี่หมีจึงมี ลักษณะ 7 ข้อ ของเงินดิจิตอลมาฝากกันครับ ไปดูกันเลย

1. ความปลอดภัย

คุณสมบัติหลักของเงินดิจิตอลเลยก็คือเรื่องความปลอดภัยนั่นเองครับ การที่ใครสักคนจะแฮกเงินดิจิตอลนั้นก็ยากมาก เนื่องจากว่ามีการเข้ารหัสหรือที่เรียกว่า cryptography ที่แข็งแกร่งและซับซ้อน เพราะฉะนั้น ถ้าหากเพื่อน ๆ ถือเงินดิจิตอลหรือ bitcoin ก็จะไม่สามารถมีผู้ใดเข้ามาขโมยเงินของคุณได้ เว้นแต่ว่า password ที่เพื่อน ๆ เก็บไว้จะถูกขโมยไปนั่นเองครับ

2. ความไร้ตัวตน

การทำธุรกรรมผ่านเงินดิจิตอลหรือ bitcoin นั้น เพื่อน ๆ สามารถทำได้โดยไม่ต้องบอกบอกให้คนอื่นรู้ว่าใครเป็นผู้ทำธุรกรรม เนื่องจากว่าเพื่อน ๆ จะทำการโอนเงิน หรือรับเงิน bitcoin โดยใช้อักขระหลาย ๆ ตัวผสมกันแทนการกรอกที่อยู่ นั่นทำให้ยากที่คนอื่นจะตามสะกดรอยธุรกรรมทางการเงินของเพื่อน ๆ ในโลกแห่งความเป็นจริงได้นั่นเองครับ

3. ทำธุรกรรมแล้ว ยกเลิกไม่ได้

ถ้าเพื่อน ๆ ทำธุรกรรมผ่านเงินดิจิตอลหรือ bitcoin แล้ว หากอยากย้อนกลับหรือยกเลิกภายหลังจากที่การโอนเงินเสร็จสิ้นลงแล้ว ก็ไม่สามารถทำได้แล้วครับ สิ่งนี้ไม่ได้เป็นผลเสียแต่อย่างใด แต่กลับเป็นมาตรการหนึ่งทางด้านความปลอดภัยที่ป้องกันไม่ให้มีผู้ไม่หวังดีทำการโอนเงินแบบหลอก ๆ ผ่านมือที่สามนั่นเองครับ

4. ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้

ไม่ว่าเป็นใคร หรือสัญชาติใดก็ใช้ค่าเงินดิจิตอลได้แน่นอนครับ เพราะถ้าหากเป็นค่าเงินสกุลทั่วไปก็มักจะมีข้อจำกัดอยู่ ตัวอย่างเช่น ถ้าหากเพื่อน ๆ เป็นผู้เยาว์ แน่นอนว่าก็ไม่สามารถเปิดบัญชีทำธุรกรรมได้หากไม่มีคำอนุญาตจากผู้ปกครอง นอกจากนี้ หากเพื่อน ๆ เปิดบัญชีกับธนาคาร แต่ไม่ได้มีเงินฝากถึงตามยอดที่ธนาคารตั้งไว้ ธนาคารก็จะทำการหักค่าธรรมเนียมไปทุกปีเป็นค่ารักษาบัญชี แต่หากเป็นค่าเงินดิจิตอลแล้ว ข้อจำกัดเหล่านี้ถ้าจะไม่มีอยู่เลยครับ เนื่องจากว่าเป็นค่าเงินที่ดำเนินการอยู่บนซอฟต์แวร์ที่ใครจะดาวน์โหลดลงมาก็ได้ฟรี แต่ ณ ปัจจุบันเพื่อน ๆ ก็ยังคงต้องมีบัญชีธนาคารเอาไว้โอนเงิน เพื่อแลกเป็นค่าเงินดิจิตอลอยู่นะครับ

5. สะดวกรวดเร็ว

นอกจากว่าใคร ๆ ก็เข้าถึงได้แล้ว ค่าเงินดิจิตอลยังมีความสะดวกรวดเร็ว เนื่องจากธุรกรรมทั้งหมดจะทำบนโลกออนไลน์ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเข้าถึงจากที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ แถมยังไม่มีค่าธรรมเนียมอีกด้วยครับ

6. มีการควบคุมจำนวนหน่วยของเงิน

สิ่งนี้ถือเป็นคุณลักษณะหลักของค่าเงิน bitcoin เลยก็ว่าได้ครับ ให้ลองนึกภาพตามถึงการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แม้ว่าจะมีความสามารถในการผลิตธนบัตรได้ แต่ก็ต้องผลิตจำนวนธนบัตรให้ออกมาสมดุลกับการเติบโตของเศรษฐกิจและปัจจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์อื่น ๆ แต่สำหรับ bitcoin แล้วจะถูกกำหนดจำนวนหน่วยไว้ตายตัวเลยที่ 21 ล้านหน่วยในตลาดเท่านั้น แต่ถ้าหากเป็นเงินดิจิตอลสกุลอื่นอย่างเช่น Ethereum ก็จะไม่มีการควบคุมจำนวนหน่วยแบบนี้นะครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนี้จะเป็นเรื่องแย่แต่อย่างใด

7. ไม่มีการเอาเงินเราไปหมุนก่อน

ถ้าหากเพื่อน ๆ ลองนึกถึงค่าเงินทั่วไป เวลาเพื่อน ๆ ฝากเงินเข้าไปในบัญชีธนาคารแน่นอนว่า ธนาคารก็จะเอาเงินของเราไปหมุนในธุรกรรมการเงินอื่น ๆ ทำให้มูลค่าโดยรวมของธุรกรรมดูเยอะกว่าตัวเงินจริง ๆ ที่ธนาคารถือไว้ ให้ลองนึกถึงเวลาที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ แล้วลูกค้าทุกคนพากันแห่ไปถอนเงินกับธนาคาร รับรองได้ว่า ธนาคารย่อมจะล้มละลายเนื่องจากไม่มีตัวเงินสดเพียงพอที่จะจ่ายคืนทุกคนได้ ในขณะที่ค่าเงินดิจิตอลจะทำตัวเหมือนเป็นตัวกลาง ไม่มีการเอาไปหมุนต่อ ทำให้มูลค่าของเงินเป็นจริงและเสถียรอยู่ตลอดเวลาครับ

แล้ว Initial Coin Offering คืออะไร?

ถ้าหากเพื่อน ๆ เคยได้ยินคำศัพท์ในการเข้าตลาดหุ้นที่เรียกว่า IPO ในโลกดิจิตอล ก็มี การทำ ICO ด้วยเหมือนกันครับ สิ่งนี้จะตั้งอยู่บน ระบบ crowdfunding แต่เรียกได้ว่า เป็นการ funding ขนานใหญ่ ที่ใช้เงิน bitcoin เป็นตัวกลางเอง โดยการทำ ICO นี้ กฎเกณฑ์ก็มีน้อยกว่าการทำ IPO หรือ crowdfunding project ทั่วไป ซึ่งก็มีทั้งผลดีและผลเสีย ผลดีก็คือ ทำให้โปรเจคต่างๆได้รับเงินทุนมหาศาลเข้ามาอย่างง่ายดาย หรือนี่อาจหมายถึงการหลอกลวงครั้งใหญ่ถ้าหากไม่ได้มีการตรวจสอบที่เพียงพอนั่นเองครับ

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว นักลงทุนแบบเพื่อน ๆ ก็ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการลงทุนใน bitcoin และค่าเงินดิจิตอลอื่นๆดูนะครับ เพราะนี่คือค่าเงินแห่งอนาคตที่จะเปลี่ยนโลกการเงินให้ทุกคนเข้าถึงกันได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น


ต้นฉบับบทความ : gotobear

Comments

comments

แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By Paitoon Pairor
Load More In บิทคอยน์