บิทคอยน์ (Bitcoin) คืออะไร ใครเป็นผู้คิดค้น มีที่มาที่ไปอย่างไร เล่นบิทคอยน์แล้วได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ และทำให้รวยจริงมั้ย? ทำไมคนถึงหันมาสนใจกันมาก เรามาเริ่มทำความรู้จักกับบิทคอยน์ ไปพร้อม ๆ กัน

“บิทคอยน์ (Bitcoin)” เป็นกระแสที่คนไทยและทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมากในตอนนี้  เพราะมีการพูดถึง กันเป็นวงกว้างว่า บิทคอยน์อาจจะเปลี่ยนระบบการเงินของโลกไปอย่างสิ้นเชิง ผู้เขียนต้องบอกก่อนว่าบิทคอยน์ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เพราะถูกคิดค้นมาตั้งแต่เกือบ 8 ปีมาแล้ว แต่พึ่งจะมาได้รับความนิยมในปีนี้

ในช่วง 2 ปีที่แล้ว การพูดถึงเรื่องของบิทคอยน์ bitcoin เป็นเรื่องการ หลอกลวง แชร์ลูกโซ่ เป็นตลาดมืด บิทคอยน์เชื่อถือไม่ได้ หลายฝ่ายโจมตีนักลงทุนในบิทคอยน์ แต่กลับกัน ในปัจจุบันบิทคอยน์ bitcoin ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เป็นเหรียญดิจิตัล (Crypto Currency) ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก เป็นนวัตกรรมใหม่ที่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์หลายอย่าง และตอนนี้ มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก!

ในเมืองไทย บิทคอยน์เป็นกระแสดังมาก เนื่องจากมี Hacker ได้ปล่อย Virus เรียกค่าไถ่ที่ชื่อว่า  “WannaCry” ซึ่งได้เรียกเก็บเงินกับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ที่ติด Virus เป็น บิทคอยน์ Bitcoin นั่นเอง ทำให้บิทคอยน์นี้เป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก

มูลค่าบิทคอยน์จาก Coinmarketcap
มูลค่าบิทคอยน์จาก Coinmarketcap

บิทคอยน์ (Bitcoin) มาจากไหน? เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

บิทคอยน์ คือสกุลเงินดิจิตอลที่คิดค้นขึ้นมาโดยทีมงานของโปรแกรมเมอร์ที่มีนามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ ที่ต้องการสร้างสกุลเงินที่เป็นสกุลกลางของโลก ไม่ต้องผ่านธนาคารกลาง ยังไม่ต้องกังวลเรื่องการตรวจสอบบัญชี หรือโดนอายัดเงิน ถูกใจบรรดาธุรกิจใต้ดิน ทั้งหลาย ที่ไม่ต้องระบุตัวตน เวลาโอน และที่สำคัญค่าธรรมเนียมการโอนถูกกว่าระบบธนาคาร  มีความรวดเร็ว สามารถโอนข้ามทวีปภายในไม่เกิน 30 นาที

ผู้เขียนเคยโอนเบิทคอยน์ จากไทยไปอเมริกาใช้เวลาประมาณ 15 นาที รวดเร็วมาก และให้เพื่อนโอนบิทคอยน์ จากอเมริกามาไทย ก็ใช้เวลารวดเร็วมากเช่นกัน

ดังนั้น บิทคอยน์จึงถือเงินสกุลเงินใหม่ที่ไม่ผ่านระบบธนาคารกลาง และเป็นที่ยอมรับใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั่วโลก ในระบบบิทคอยน์ จะมีการสร้างระบบที่เรียกว่า “Blockchain” เป็นเหมือนแหล่งเก็บข้อมูลการโอนทั่วทั้งระบบบิทคอยน์ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ที่สำคัญ “Blockchain”  เป็นระบบที่สามารถป้องกันการเกิดภาวะเงินเฟ้อและเสื่อมค่าลงของเงินได้ เราจะเห็นได้จากปัญหารัฐบาลอเมริกาหรือหลายๆประเทศปั๊มเงินออกมาเรื่อย ๆ ได้ตามใจชอบ เกิดภาวะเงินเฟ้อ ดังนั้นระบบบิทคอยน์ จึงสามารถตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ได้

บิทคอยน์ (Bitcoin) มีจำนวนเท่าไหร่?

บิทคอยน์มีจำนวนจำกัด คือ 21 ล้านเหรียญเท่านั้น ไม่สามารถสร้างขึ้นมาอีกได้ ลดการเกิดภาวะเงินเฟ้อและเสื่อมค่าลงของเงินได้อย่างดี

บิทคอยน์ (Bitcoin) ขุดยังไง เล่นแล้ว ได้กำไรจริงมั้ย?

หลังจากที่บิทคอยน์เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งไทยและทั่วโลก จึงมีหลายคนเริ่มเห็นโอกาสในการทำกำไร ซึ่งก็มีคนที่ประสบความสำเร็จ ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำจากการลงทุนในบิทคอยน์

การได้มาของ bitcoin นั้นสามารถแบ่งออกมาได้เป็น 3 แบบดังนี้ คือ 1.ได้มาโดยการขุด 2.ได้มาโดยการซื้อ 

1. การขุด (Mining) Bitcoin

การได้มาซึ่งการขุด bitcoin ถือเป็นวิธีที่ ง่ายที่สุด และ ปลอดภัยที่สุดหากเทียบกับการได้มาซึ่ง bitcoin แบบอื่นๆ
บิทคอยน์จะมีระบบ Blockchain ที่ทำงานโดยอัลกอริทึม ”การขุดบิทคอยน์” อธิบาย ง่าย ๆ คล้าย ๆ กับการที่เราเข้าไปขุดทองในเหมือง แต่แค่เปลี่ยนรูปแบบมาทำในระบบคอมพิวเตอร์แทน โดยจะต้องนำคอมพิวเตอร์ของเราไปเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้ระบบบิทคอยน์ใช้ในการเก็บธุรกรรมต่าง ๆ  จึงจะได้รับค่าตอบแทนคือเงินบิทคอยน์ แต่การจะได้ค่าตอบแทนนั้นจะต้องแก้ไขสมการทางคณิตศาสตร์ให้ได้ ซึ่งต้องแข่งกับคนอื่น ถ้าทำสำเร็จเราก็จะเป็นเจ้าของบิทคอยน์ที่เกิดขึ้นมาใหม่จากการขุดนั่นเอง

สำหรับความยากง่ายของการขุด หรือที่เรียก Difficulty, ค่า Diff  ขึ้นอยู่กับจำนวนบิทคอยน์ ที่เหลืออยู่ในระบบ ซึ่งถูกกำหนดสูงสุดไว้ที่ 21 ล้านเท่านั้น เพราะฉะนั้นยิ่งจำนวนบิทคอยน์เหลือน้อย การแก้สมการก็ยิ่งยากมากขึ้น รวมถึงความแรงของการประมวลผลคอมพิวเตอร์เราด้วยที่ต้องมากขึ้นตามความยากของการขุด หลายคนต้องซื้อการ์ดจอแรง ๆ เพื่อมาแข่งกันขุดบิทคอยน์ การ์ดจอของใครแรงกว่าก็จะมีโอกาสแก้สมการได้เร็วกว่า

ขณะที่ปัจจุบันจำนวนบิทคอยน์ที่เหลืออยู่ในระบบมีไม่ถึง 5 ล้าน แต่จำนวนคนที่เข้ามาขุดกลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ค่าความยาก (ค่าDiff) เพิ่มสูงขึ้นตาม ดังนั้น ในตอนนี้ นักขุดหน้าใหม่ อาจจะไม่คุ้ม ถ้าคิดจะขุดหาบิทคอยน์ เนื่องจากต้องลงทุนซื้อการ์ดจอราคาแพง และจ่ายค่าไฟฟ้าที่ราคาสูงเช่นกัน  

2. การเทรดบิทคอยน์ (Bitcoin)

แบบที่ 2 นี้คือการที่เราเอาเงินบาทไปซื้อเหรียญ bitcoin มาโดยตรงและเก็บเข้ากระเป๋าของเรา ลักษณะประมาณว่าเราไปซื้อทองออกมานั่นเอง เมื่อช่วงใดก็ตามที่ราคาของ bitcoin มีราคาสูงขึ้น คุณก็อาจสามารถขายออกมาทำกำไรได้

มีหลายเว็บไซต์ที่ให้บริการ ซื้อขาย บิทคอยน์  เช่น BX, CoinBX, Bitcoin.co.th  ที่ทำหน้าที่เสมือนที่รับ ซื้อ ขายเหรียญบิทคอยน์  ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนจะขึ้นกับกลไกลการตลาดกำหนด คือ ช่วงเวลาไหนที่ได้รับความนิยมสูง มูลค่าของบิทคอยน์ก็จะสูงขึ้นตาม

1 บิทคอยน์ เท่ากับ กี่บาท ?

มูลค่าของบิทคอยน์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเหมือนสกุลเงินอื่น ๆ ตามกลไกตลาด หรือที่เราเรียกว่าหลัก Demand Supply คือช่วงไหนที่ความต้องการบิทคอยน์ มีมากกว่าปริมาณบิทคอยน์ที่มีในระบบ ก็จะส่งผลให้มูลค่าบิทคอยน์เพิ่มขึ้น แต่ช่วงไหน ที่มีข่าวไม่ดี เกิดขึ้น เช่น ในช่วงที่โจรเรียกค่าไถ่ด้วยเงินบิทคอยน์ หรือ เกิด Hard fork ทาให้ความเชื่อมั่นในบิทคอยน์ลดลง คนเทขายในระบบมีมากเกิน ความต้องก็จะทำให้มูลค่าลดลง

โดยเมื่อปลาย ๆ ปี 2560 บิทคอยน์ได้สร้างสถิติสูงสุด คือ 1 BTC พุ่งไปถึง 700,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้ามาเก็งกำไรของนักลงทุนที่ทำให้มูลค่าพุ่งสูงมหาศาล

อย่างไรก็ดี บิทคอยน์ ถือเป็นสกุลเงินที่มีความผันผวนเป็นอย่างมาก ดังนั้นนักเทรดหน้าใหม่ต้องศึกษา หาความรู้ให้มากก่อนเข้ามาในแวดวงการบิทคอยน์

บิทคอยน์ (Bitcoin) ผิดกฎหมายไหม ในไทย เป็นที่ยอมรับหรือยัง?

หลายประเทศยอมรับบิทคอยน์อย่างถูกกฎหมาย อาทิ อเมริกา แคนาดา ยุโรป และญี่ปุ่น เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการหลายรายที่ยอมรับการชำระสินค้าเป็นเงินบิทคอยน์ เช่น ร้านอาหารในญี่ปุ่น และบริษัทดังในอเมริกา

แต่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย ยังไม่ยอมรับสกุล Bitcoin และสกุลเงินดิจิตัลทุกชนิด โดยอ้างว่าระบบดังกล่าวไม่ใช่เงินที่แท้จริง และไม่สามารถใช้เงินบิทคอยน์ชำระหนี้ตามกฎหมายไทยได้

ข้อดี บิทคอยน์ Bitcoin

ข้อเสีย บิทคอยน์ Bitcoin

  • มูลค่าของมันไม่ได้ตกอยู่ในการควบคุมของรัฐบาล ถือว่าเราเป็นเจ้าของเงินอย่างแท้จริง
  • มูลค่าสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการมากขึ้น ในขณะที่จำนวนบิทคอยน์เท่าเดิม
  • เราสามารถรับหรือส่งบิทคอยน์ให้กับใครก็ได้ในโลกนี้ได้อย่างรวดเร็วด้วยตัวของเราเอง
  • ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตโดยไม่ต้องตัวกลางเช่น bank, paypal, moneygram
  • เสียค่าธรรมเนียมน้อยมากๆ
  • ราคามีความผันผวนสูง
  • ยังไม่มีกฎหมายรองรับ จากธนาคารแห่งประเทศไทย
  • ยังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายในไทย และบางประเทศ
  • การซื้อ ขาย และการใช้งาน อาจจะดูยุ่งยาก สำหรับมือใหม่
  • มีหลายกลุ่มใช้ BitCoin เป็นช่องทางของธุรกิจด้านมืด

บิทคอยน์ (Bitcoin) และ บล็อกเชน (Blockchain) เป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ผู้เขียนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และได้ทำการศึกษา ทดลอง  และทำกำไรจากการเทรด เป็นเวลาเกือบปี  รวมถึงใช้โอนเงินข้ามทวีปได้อย่างรวดเร็ว  ต้องบอกว่าปัจจุบันบิทคอยน์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเราอีกต่อไปแล้ว ผู้เขียนเชื่อว่า บิทคอยน์ คงจะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ กับระบบการเงินของโลกในอนาคต ซึ่งการเรียนรู้ทำความเข้าใจในระบบ บิทคอยน์ (Bitcoin) และ บล็อกเชน (Blockchain) เหล่านี้ เอาไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะใครจะไปรู้อนาคตข้างหน้า “บิทคอยน์” อาจกลายเป็นสกุลเงินหลักที่ใช้กันอย่างแพร่หลายก็ได้


ต้นฉบับบทความ : goalbitcoin.com

Comments

comments

แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By Paitoon Pairor
Load More In บิทคอยน์