ICO หรือ Initial coin offering หรือแปลง่าย ๆ ว่าการเสนอขายเหรียญในระยะเริ่มต้น คือการระดมทุนในรูปแบบหนึ่งซึ่ง มีความนิยมเป็นอย่างสูงในระยะ 2–3ปีที่ผ่านมา แต่ก่อนนั้นนักพัฒนามักจะหันหน้าเข้าหา VC หรือ Venture Capital เพื่อขอเงินทุน แต่ปัจจุบันนี้มันง่ายกว่ามาก เพราะสามารถระดมทุนผ่านบุคคลทั่วไปตาสีตาสา ก็สามารถร่วมลงทุนได้เพียงแค่มี Bitcoin ในมือ

ความคุ้มค่าในการลงทุน

ลงทุนใน ICO นั้น หากคุณเลือกลงทุนในโปรเจคที่มีพื้นฐานดีแล้วคุณสามารถทำกำไรได้มากถึง 300%–1000%+ ใช่ครับผมไม่ได้พูดเล่น เรามาดูตัวอย่างง่าย ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตกัน

ความเสี่ยงในการลงทุน

จะเห็นว่าผมยกตัวอย่างโปรเจค2โปรเจคในปีนี้ ที่ปัจจุบันนี้ไม่มีผลกำไร แถมยังติดดอย ที่เลวร้ายกว่านั้นคือมีอีกหลาย10โปรเจค ที่นอกจากจะขาดทุนแล้วนักพัฒนายิ่งหอบเงินลงทุนหนีหายไปเลยก็มี

อย่าลืมว่าการลงทุนในรูปแบบนี้ นั้นไม่ต่างอะไรกับการบริจาค นักลงทุนไม่มีหลักประกันอะไรเลยว่าจะได้เงินลงทุนกลับคืนมา

ปัจจัยสำคัญในการวิเคราะห์

แน่นอนว่าหากนักลงทุน ลงทุนสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ดูประวัติและไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการโยนเงินทิ้งไปในแม่น้ำ เพราะฉะนั้นแล้วมีปัจจัยสำคัญในการลงทุนที่ดี เราควรวิเคราะห์ดูว่าโปรเจคที่ทำสำเร็จนั้นมีจุดแข็งอย่างไร และโปรเจคที่ลงทุนแล้วไม่มีกำไรนั้นมีจุดด้อยอย่างไร

นวัตกรรม

นวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญมากในวงการCrypto ถ้าโปรเจคที่เราต้องการลงทุนมีสิ่งที่คนอื่นไม่มี นี่ล่ะจะเป็นจุดแข็งที่เพิ่มโอกาสให้เราได้กำไรจากการลงทุน ยกตัวอย่างเช่น Ethereum นั้นคือการปฏิวัติด้วยการชูจุดเด่น Smart Contract และ World Computer ในขณะที่ Rise นั้นเป็นแค่ Fork ของ Lisk เท่านั้นเอง

การใช้งาน

หากเหรียญหรือโทคเคน นั้นมีการใช้งานอย่างแท้จริง อาทิเช่น Ethereum ที่เป็นเชื่อเพลิงในการขับเคลื่อน Contract และ Transaction ในระบบ ย่อมเป็นการรับประกันมูลค่าในการลงทุน หากเหรียญนั้น ๆ ไม่มีการใช้งานใด ๆ แต่จั่วหัวว่าจะเป็น Virtual Currency ก็ให้ผ่านไปได้แล้วเพราะปัจจุบันมีมากกว่า 100 เหรียญที่ทำได้แค่นั้น

ผู้พัฒนา

มี Scammer มากมายใน ฺBitcointalk ที่เปิดตัวเหรียญใหม่ทุกวันโดยไม่มีแม้กระทั่งข้อมูลของผู้สร้าง ซึ่งมากกว่า 80% หลังจากได้ทุนแล้วก็หนีหายไปเลย เทียบกับโปรเจคหลายโปรเจคที่มีนักพัฒนาและทีมงานชัดเจน สามารถสืบค้นข้อมูลไปได้ว่านักพัฒนาคนนั้นเคยทำงานเบื้องหลังโปรเจคอะไรมาบ้าง ไม่มีใครอยากลงทุนในโปรเจคที่เราไม่รู้จักแม้กระทั่งนักลงทุน

Road map

โปรเจคจะสำเร็จได้ต้องมีการวางแผนการทำงาน มีทีมงานที่ผลักดันให้โปรเจคทำเป้าหมายให้สำเร็จ ซึ่งเราสามารถอ่านรายละเอียดของแผนงานและวิเคราะห์ได้ว่าถ้าเราลงทุนในโปรเจคนั้น ๆ เราควรจะได้เงินทุนและกำไรของเรากลับคืนมาในระยะเวลามากน้อยแค่ไหนอ้างอิงจาก Roadmap ของผู้พัฒนา

White Paper

หรือรายละเอียดการทำงานเชิงลึกของโปรเจคนั้น ลองอ่านและวิเคราะห์การทำงานของมันว่ามันเป็นไปได้จริงหรือไม่ มันทำงานได้จริงหรือไม่ บางครั้งเราจำเป็นต้องเข้าใจการทำงานแต่ก็สามารถรู้ได้เลยว่าทีมงานนั้นมีความเอาจริงมากน้อยแค่ไหนโดยดูจากเอกสาร White paper

ปริมาณเงินที่ระดมทุนได้

การลงทุนใน ICO นั้น volume ทั้งหมดก็เป็นเรื่องสำคัญ หากผ่านไปสองอาทิตย์แต่มียอดลงทุนไม่ถึง 1000btc ก็น่าเป็นห่วง เพราะยิ่งยอดลงทุนน้อยหมายถึงมีผู้สนใจน้อย และมีโอกาสมากที่ผู้พัฒนาจะเอา BTC ของตัวเองมาลงทุน ซึ่งนั่นหมายถึงผู้พัฒนามีอำนาจในกำหนดทิศทางของตลาดได้ และไม่ส่งผลดีต่อนักลงทุน อย่าลืมว่าตัวเลขด้านการลงทุนสามารถตกแต่งได้หากไม่มี address ให้ตรวจสอบชัดเจน จะบอกว่ามีคนลงทุนเป็นหมื่นคนก็ยังได้ (ซอยไปคนละ 0.0001btc) นักลงทุนต้องระวังเรื่องนี้ให้ดีครับ

ระยะเวลาระหว่างจบ ICO ไปจนถึง Launch

เชื่อหรือไม่ว่ามีโปรเจคมากมายที่ราคาขายต่ำกว่า ICO เพราะผู้พัฒนาเปิดเทรดทันทีหลังจบ ICO การกระทำเช่นนี้นอกจากจะไม่ช่วยเพิ่มมูลค่าแล้วยังเป็นการกดดันราคาขายเนื่องจากมีคนจำนวนมากได้ลงทุนไปแล้วใน ICO จึงไม่มี demand ในตลาด ในขณะที่หากผู้พัฒนาใช้เวลาในการพัฒนาให้เต็มที่ก่อนเปิดเทรดแล้วมูลค่าของมันจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

การลงทุนมีความเสี่ยง

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการลงทุน ICO คือ ถึงแม้โปรเจคที่คุณลงทุนจะมีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหนแต่อะไรก็เกิดขึ้นได้เช่นในกรณีที่ TheDAO โดนแฮคนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย เพราะฉะนั้นแล้วการลงทุนใน ICO จะต้องลงทุนด้วยเงินส่วนหนึ่งของเงินทั้งหมดและจะต้องเป็นเงินที่หากเสียไปแล้วไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเงินของคุณ


ต้นฉบับบทความ

medium.com

Comments

comments

แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By Paitoon Pairor
Load More In ICO (Initial Coin Offering)