ระบบ Blockchain (บล็อกเชน) กำลังมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในวงการธนาคารและเทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามมาในระดับโลก

  • บริษัท IBM กำลังสร้างระบบ Blockchain (บล็อกเชน) สำหรับธนาคารที่ใหญ่ที่สุด 7 แห่งของยุโรปในพื้นที่ที่มีการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ
  • ธนาคาร Deutsche Bank, HSBC, KBC, Natixis, Rabobank, Societe Generale และ Unicredit เป็นธนาคารซึ่งเป็นหุ้นส่วนกันในการพัฒนาระบบ Blockchain (บล็อกเชน) ครั้งนี้

ตัวแทนบริษัทเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า บริษัท IBM กำลังทำการสร้างเทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) ที่จะนำไปใช้งานในธนาคารที่ใหญ่ที่สุด 7 แห่งในยุโรป รวมถึงธนาคาร HSBC และ Rabobank เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าระหว่างประเทศสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง

โครงการนี้จะเป็นการใช้งานเทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) ในสถาบันการเงินครั้งแรกของโลก โดยถึงแม้ว่าศักยภาพการทำงานของ Blockchain (บล็อกเชน) จะถูกกล่าวถึงในอุตสาหกรรมธนาคารมามากกว่า 2 ปี แต่การนำมาใช้งานจริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรก

Blockchain (บล็อกเชน) คืออะไร

Blockchain (บล็อกเชน) เป็นคำทั่วไปที่ใช้เรียกบัญชีแยกประเภทแบบกระจายในระบบดิจิทัลที่สามารถบันทึกข้อมูลการทำธุรกรรมและเป็นการป้องกันการโจรกรรมทางการเงินได้ และแม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีทั่วไปที่เป็นตัวกลางทางการเงินแบบดิจิทัล เช่น Bitcoin (บิทคอยน์) และ Ethereum (สกุลเงินในรูปแบบดิจิทัล) แต่ธนาคารหลายแห่งก็ยกย่องให้มันเป็นการปรับปรุงกระบวนการที่ดีขึ้น ทำให้ธนาคารเหล่านี้มีประสิทธิภาพและประหยัดมากขึ้น

บริษัท IBM กำลังพัฒนาระบบ Blockchain (บล็อกเชน) หรือ Digital Trade Chain ใหม่นี้เพื่อช่วยให้สมาชิกสามารถติดตาม บริหารงาน และทำการค้าได้ทั่วโลก

นาย Wiebe Draijer ประธานกรรมการบริหารธนาคาร Rabobank ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารที่เข้าร่วมอธิบายว่า เมื่อผู้ประกอบการขายสินค้าให้กับสมาชิก และเมื่อสินค้าเหล่านั้นเดินทางมาถึง จึงจะเกิดการชำระเงินโดยระบบ Blockchain (บล็อกเชน)

นาย Draijer ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า “เรายังคงดูแลการชำระเงินด้วยวิธีการแบบเก่า” เขากล่าวต่อว่า “แต่โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดทั้งการบริหารจะกระทำผ่านระบบ Blockchain (บล็อกเชน) และเราจะย้ายการชำระเงินเข้าสู่ระบบ Blockchain (บล็อกเชน) ในที่สุด เมื่อการชำระเงินใน Blockchain (บล็อกเชน) มีประสิทธิภาพพร้อมสำหรับการใช้งานใหญ่ ๆ ได้”

ธนาคาร 7 แห่ง — Deutsche Bank, HSBC, KBC, Natixis, Rabobank, Societe Generale และ Unicredit — ต่างเป็นหุ้นส่วนสมาชิกของบริษัท

นาย Draijer กล่าวต่อว่า “มีการทดสอบหลายครั้งในธนาคารทุกแห่งและทุก ๆ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเงิน (Fintech) กำลังทำการทดลองการใช้งาน Blockchain (บล็อกเชน) และพวกเรากำลังเดินหน้าไปพร้อมกับธนาคารทั้ง 7 แห่งในการใช้งานร่วมกันบนพื้นฐานของระบบ Blockchain (บล็อกเชน) ที่เราอำนวยความสะดวกให้ทั้งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเมื่อมีการทำการส่งออก โดยใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพอย่าง Blockchain (บล็อกเชน)

นอกจากนี้ ยังมีธนาคารหลายแห่งเคยทำการทดลองใช้เทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) มาแล้ว เช่น สถาบันการเงิน Well Fargo และธนาคาร Commonwealth ของออสเตรเลียเมื่อปีที่แล้ว เพื่อดำเนินการจัดส่งฝ้ายจากสหรัฐอเมริกาไปประเทศจีน และธนาคาร Barclays เคยทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยใช้เทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) รวมทั้งธนาคารในญี่ปุ่นด้วย

เมื่อมองภาพรวมแล้ว เรียกว่าเป็นเทคโนโลยีที่ต้องจับตามองชนิดไม่ให้คลาดสายตาเลยทีเดียวโดยเฉพาะในวงการธนาคารที่ต้องปรับตัวตามให้ทันกระแสโลก


ต้นฉบับบทความ : Krungsri Finovate

Comments

comments

แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By Paitoon Pairor
Load More In Blockchain (บล๊อคเชน)