Bitcoin Cash คืออะไร ?

หลังจากในวันที่ 1 สิงหาคม 2017 ที่ผ่านมา หลายท่านอาจจะทราบดีเรื่องการ Hard-Fork หรือ Split-chain ของ Bitcoin ที่แยกตัวออกมา คือ Bitcoin Cash (BCH)

Bitcoin Cash ถูกผลักดันโดย Pool ที่มีอัตราส่วนประมาณ 4.9% ของ Hashrate ทั่วโลกที่ชื่อว่า ViaBTC และถูกสนับสนุนโดยบริษัท Bitmain (Antpool) ซึ่งผลิต ASIC Hardware สำหรับการทำ Mining หรือจะเรียกอีกอย่างว่า ViaBTC คือลูกเมียน้อยของ Bitmain (ประเทศจีน) ที่มีอัตราส่วนอยู่ที่ 22% ณ วันที่ผมได้เขียนบทความอยู่นี้

ตัวย่อของ Bitcoin Cash หลังจาก Hard-Fork คือ BCC ซึ่งบังเอิญไปซ้ำกับ BitConnect ต่อมาก็เลยได้เปลี่ยนมาเป็น BCH ซึ่งในบทความนี้ผมจะใช้คำว่า BCH ซึ่งหมายถึง Bitcoin Cash นะครับ

ข้อแตกต่างจาก Bitcoin เดิม และ Bitcoin Cash ก็คือ

  1. Bitcoin Cash มีขนาดในการเก็บธุรกรรมของการโอน BTC ต่อ 1 Block = 8MB
  2. Bitcoin เดิม มีขนาดในการเก็บธุระกรรมการโอนต่อ BTC ต่อ 1 Block = 1MB

สำหรับเว็บไซต์ที่ให้บริการ Blockexplorer ก็มีหลักๆตอนนี้อยู่ 2 เว็บไซต์ซึ่งนั่นก็คือ

  • http://blockdozer.com/insight/ (พัฒนาต่อมาจาก Insight ของ Bitpay)
  • https://blockchair.com

หลังจากที่เกิด Bitcoin Cash ขึ้นมาก็มีหลายคนวิพากษ์วิจารย์กันไปต่าง ๆ อารมณ์ประมาณว่า ทำเพื่ออะไร? แล้วหลังจากเปิดให้เทรดสกุลนี้ ณ เวลาที่ผมเขียนบทความอยู่นี้ราคาก็ได้ตกไปถึง 80%

ตอนนี้ BCH คือเหรียญที่มีราคาอยู่ในดับ 3 รองจาก Ethereum

นักลงทุนที่ขาย BCH ตอนที่เปิดให้เทรดนั้นอยู่ที่ 0.5 BTC = 1 BCH ซึ่งก็มีเว็บไซต์ ViaBTC.com เป็นตลาดซื้อขายล่วงหน้าก่อนจะเกิดเหตุการ Split-chain เสียอีก โดยคนที่จะเทรดก็ต้องทำการโอน Bitcoin ไปไว้ในตลาดและโดน Lock ยอด BTC เอาไว้และจะได้ BCH ออกมาเทรด และหลังจากนั้นจึงจะปลดล็อค BTC กลับคืนมาและหลังจากนั้นไม่นานราคาก็เป็นอย่างที่เห็น

การได้มาของ Bitcoin Cash ก็คือ

เมื่อคุณถือ Bitcoin เอาไว้ในกระเป๋าก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2017 ก่อนเหตุการ Split-chain ซึ่งหมายถึงถ้าคุณมี Bitcoin เดิมอยู่เท่าไหร่ คุณก็จะมี Bitcoin Cash เท่านั้น (กระเป๋าที่คุณถือ Private Key เอง ยกเว้นผู้ให้บริการ Wallet ที่รองรับ BCH อยู่แล้ว)

ซึ่งปัจจุบันตอนนี้ราคาก็อยู่ที่ 1 BCH = 6512.87 บาท

หลายท่านอ่านบทความนี้ฟังดูเหมือนจะไม่มีอะไรดีเลยใช่ไหมสำหรับ BCH

Bitcoin Cash สร้างกำไร 50% ในชั่วค่ำคืน

ทำไมผมถึงต้องออกมาเขียนบทความนี้ก็เพราะว่าบางที คนส่วนใหญ่ไม่ได้ชอบ BCH แต่ก็มีคนที่สามารถทำกำไรจากตรงนี้ได้ ถึงแม้จะออกแนวๆเกลียดตัวกินไข่ก็ตาม

สมมุตินาย ก.ไก่ มี Bitcoin อยู่ 500 BTC หลังจากวันที่ 1 สิงหาคม 2017 Bitcoin Cash ได้ถือกำเนิดขึ้น เท่ากับว่า นาย ก.ไก่นี้มี 500 BCH และราคาตอนนั้นมูลค่ามันอยู่ที่ 0.5 BTC / 1 BCH

อนุมาณได้ว่านาย ก.ไก่ มีเงินเพิ่มขึ้น 50% ถูกต้องไหมครับซึ่งก็คือ 250 BTC หมายความว่า นาย ก.ไก่ นอนตื่นขึ้นมาก็ค้นพบว่าตัวเองมี Bitcoin เพิ่มขึ้นมา 250 BTC และรวมทั้งหมดเป็น = 750 BTC

สายขุดยังมีความหวังอยู่หรือเปล่า ?

เราจะมาพูดถึงมุมมองของสาย Miners กันบ้าง เพราะเราถือว่าตอนนี้สาย Miners ถือว่ามีบทบาทสำคัญที่สุดของ Economic system ของ Bitcoin เลยครับ

หลังจากวันที่ 1 นั้นค่า Difficulty ของ Bitcoin Cash จะถูกอ้างอิงตาม Bitcoin ณ ตอนนั้นมันอยู่ที่ 860221984436 และ Block #478559 นี้ก็คือประวัติศาสตร์ของ Bitcoin Cash

นับได้ว่าปัจจุบันนี้หากเราคำนวณอัตรารายได้จากการขุด AntMiner S9 ซึ่งมี Hashrate อยู่ที่ 14 TH/s ถ้าเอาไปขุด Bitcoin จะอยู่ที่ 397.9 USD ต่อเดือน(0.1228 BTC) ยังไม่รวมค่าไฟและอื่น ๆ

รายได้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

มาดูฝั่ง Bitcoin Cash กันบ้างครับ

ก่อนอื่นผมจะให้ดูประวัติการ Bitcoin Cash Difficulty Adjustments กันก่อนครับ หลังจากที่ Bitcoin Cash ได้ถือกำเนิดขึ้นก็ยังไม่มีผู้สนับสนุนฝั่ง Mining Pool มากมายนัก หลัก ๆ ตอนนี้มี bitcoin.com, viabtc.com ที่สนับสนุนอยู่ ซึ่งก็ทำให้ค่า Difficulty นั้นลดลงครับ แปลง่าย ๆ ว่ามันสามารถขุดได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ส่วน Blocktime นั้นยังคงอยู่ที่ 10–15 นาทีครับ

เห็นอะไรไหมครับ…??

ใช่แล้วครับ ค่า Difficulty ที่ลดลงอย่างมากนั่นแหละ คือปัจจัยสำคัญที่ผมอยากจะบอกในตอนนี้ เพราะปัจจัยของราคาส่วนหนึ่งมาจากการสะท้อนต้นทุนผลิตซึ่งที่เราเรียกว่า Supply นั่นแหละ

เครื่องขุดหรือ ASIC เดิมที่ขุด Bitcoin ได้ ก็สามารถนำมาขุด Bitcoin Cash ได้ หากผมเอา AntMinerS9 ตอนนี้ไปคำนวณรายได้ดูจะอยู่ที่ 94.13 USD ต่อเดือน พอคำนวณออกมาได้แบบนี้ หลายคนก็อาจจะตะโกนคำว่า “What the f*uck” กันเลยทีเดียว ผมคำนวณมาหลายรอบเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผมไม่ได้คำนวณผิด ใช่แล้วครับ รายได้โดยประมาณโดยใช้ราคาปัจจุบันอ้างอิงคือ 1 BCH = 201 USD จะอยู่ที่ 94 USD ต่อเดือน อย่าลืมครับว่าเรายังไม่ได้คิดต้นทุนค่าไฟฟ้าและอื่นๆ มาถึงตรงนี้ ขอตะโกนอีกรอบ “Holy sh*t”

มาถึงตรงนี้ เรามาคำนวณดูว่า จะต้องให้ค่า Difficulty อยู่ที่เท่าไหร่เราถึงจะมี ROI มากกว่าการขุดบิทคอยน์ หรือมันควรจะมีราคาเท่าไหร่ ถึงจะ ROI มากกว่าบิทคอยน์ครับ โอเค เราลองสังเกตุอัตรา Bitcoin Cash Difficulty Adjustments ระหว่างตอนที่มันถือกำเนิดคือ 860221984436 และ Block ปัจจุบันคือ 225505642692 ซึ่งผมคำนวณไว้ก็คือประมาณ 26% ที่ลดลง สังเกตุว่า จำนวน Blocks ที่ผ่านการขุดไปแล้วทั้งหมด 45 Blocks นั้นสามารถทำให้ค่า Difficulty ลดลงได้ถึง 26% ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าลุ้นต่อว่ามันจะลงไปได้ถึงไหน

ถ้าหากเราคำนวณ Difficulty ปัจจุบัน แสดงว่าถ้าอยากได้ผลตอบแทนของการขุดนี้เทียบ ROI เท่ากับ Bitcoin จะต้องให้มีราคาถึง 850 USD กันเลยทีเดียว

มีความเป็นไปได้สูงแค่ไหนที่มันจะไปถึงราคา 850 USD อันนี้ผมก็ตอบให้ไม่ได้ครับแต่ก็คิดว่าเป็นไปได้ แต่สิ่งที่ผมพอจะตอบได้ในตอนนี้ก็คือ ถ้าหากราคาคงที่อยู่ 200 USD แล้วค่า Difficulty ควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ถึงจะมี ROI เท่ากับ Bitcoin ซึ่งก็คือ 53005642692

ซึ่งก็หมายความว่า ต้องให้ Bitcoin Cash นั้นมีค่า Difficulty ลดลงถึงอีก 94% ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้เวลา

ซึ่งจากที่ผมคำนวรมาตรงนี้ก็ทำให้ผมเกิดคำถามที่ว่า ตอนนี้ Pool ที่สนับสนุนกำลังขุด Bitcoin Cash ด้วยการขาดทุนอยู่ อย่างงั้นหรือ ? เพื่อให้คนที่มาร่วมสนับสนุน Bitcoin Cash การผลักดันราคาให้ไปอยู่ในจุดที่คาดหวังมีโอกาสเกิดขึ้นหรือไม่ ตรงนี้ก็ต้องคอยจับตามอง

ปลาวาฬตัวนี้กำลังทำบางสิ่ง?

ข้อสังเกตุของผมอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า เมื่อบริษัทนี้พัฒนาอุปกรณ์การขุดเหมือง ที่เราเรียกกันว่า ASIC ที่มารองรับสกุลใหม่ ๆ ผมสังเกตุได้อย่างหนึ่งว่า ในเดือนแรกจะเปิดรับ BTC ที่จะสามารถซื้อเครื่องได้กับบริษัท ภายหลังจะใช้วิธีการรับสกุลคริปโตที่เครื่องรุ่นนั้นรองรับเท่านั้น ยกตัวอย่างเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา มีการเปิดตัว AntMinerL3+ ซึ่ง Lot หลัง ๆ เราจะเห็นว่าเขาเปิดรับซื้อเครื่องด้วย Litecoin

ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้คนพุ่งเป้าไปซื้อเหรียญเพื่อที่จะซื้อ Hardware กับทางบริษัทและเป็นการสร้าง Demand ในตลาดได้ในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้เครื่องรุ่นนั้นมี ROI ที่มากขึ้นไปด้วยและเวลาเดียวกันเหรียญก็ราคาสูงขึ้นตามไป (มุขนี้ท่านได้แต่ใดมา)

การมาของ Bitcoin Cash ไม่ธรรมดา

ในระหว่างที่คนมุ่งเป้าไปที่ Segwit2X ที่กำลังจะเกิดขึ้นอยู่ในอนาคตนี้ ไม่แน่อาจจะมีเกมพลิกก็ได้ เมื่อ Bitcoin Cash มีขนาดบล็อคถึง 8MB ซึ่งหากไม่มีข้อผิดพลาดในด้านเทคนิคใด ๆ ผมมองว่าตรงนี้มันก็อาจจะเป็นอีกวิธีของการแก้ไขปัญหาระยะยาวก็ได้ ตรงนี้ก็คงต้องดูต่อไปว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้ก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐานของผมเท่านั้นนะครับ แต่ตอนนี้เท่าที่ทราบคือ Miners ได้ค่า Fee มากกว่าการขุด Bitcoin ธรรมดาไปแล้ว (เนื่องจากขนาด Blocks ที่ใหญ่ขึ้น)

ตลาดแลกเปลี่ยนหลายแห่งประกาศสนับสนุน Bitcoin Cash แล้ว

ก่อนถือกำเนิด Bitcoin Cash ถูกหลาย ๆ ตลาดซื้อขายประกาศไม่ยอมรับและจะไม่ขอสนับสนุน BCH เนื่องจากนโยบาย Hard-Fork ผ่าฟ้าอย่างรวดเร็ว ไม่มี Exchange ไหนที่เตรียมตัวทันสำหรับเหตุการณ์เช่นนี้ หลังๆตอนนี้ตลาดซื้อขายที่ไม่เคยประกาศสนับสนุนก็ออกมาแถลงภายหลังว่าจะมีการสนับสนุนแล้วอย่างเช่น Coinbase, Bitstamp และอื่นๆ

สุดท้ายแล้วไม่ว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้น ใน คหสต.แล้วผมยังมีความเชื่อมั่นใน Bitcoin และผมมองว่าเดี๋ยวนี้การลงทุนใน Cryptocurrency มีมากมายหลายอย่างมาก ๆ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่ต้องเข้าใจในเทคโนโลยีก่อนการลงทุนในสายนี้สำหรับผมแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นไม่ว่าจะดีหรือแย่ ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่าทุกจังหวะของตลาดมีโอกาสมากให้ทำกำไรเสมอ


ต้นฉบับบทความ

medium.com

Comments

comments

แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By Paitoon Pairor
Load More In Blockchain (บล๊อคเชน)