สกุลเงินดิจิตอล หรือ Cryptocurrency มีสกุลใหม่ ๆ ออกมาเรื่อย ๆ หากมองย้อนกลับไปเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2013 จนถึงปีนี้ (2016) ถ้าให้นับว่ามี สกุลเงินดิจิตอล ในท้องตลาดกี่สกุลเงินแล้วนั้น เป็นเรื่องยากไปแล้วที่จะนับ แต่ถ้าให้โฟกัสไปที่สกุลเงินที่เป็นตัวเล่นหลัก ก็ตอบได้อย่างไม่ต้องสงสัยว่า 2 อันดับแรกนั้นคือ บิทคอยน์ และ Ethereum

หากใครที่ตามข่าวสารทางด้าน สกุลเงินดิจิตอล กันจะทราบว่าช่วงเดือน กรกฎาคม 2016 นั้น เครือข่ายที่ใช้งาน Ethereum ได้ถูกแฮ๊ค จนทำให้สูญเสียเงินไปถึงราว ๆ 50 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ สำหรับทางแก้ของทีมพัฒนา Ethereum ในตอนนั้นก็คือการทำ Hard Fork… เอ้าแล้วมันคืออะไรล่ะ Hard Fork?

Ethereum Hard Fork
ภาพประกอบจาก : https://bitcoinmagazine.com/

Hard Fork

“Hard Fork” คือการสร้างระบบใหม่ที่ไม่สามารถทำงานร่วมกับระบบเก่าได้อย่างเช่น ตัวอย่าง Ethereum ที่โดนแฮ๊คระบบไป ทีมงานพัฒนาจึงได้ออกมาแก้ไขโดยการทำ Hard Fork ซึ่งเป็นเสมือนการสร้างสกุลเงิน Ethereum ขึ้นมาใหม่นั่นเอง ด้วยเหตุนี้หลังจากที่การทำ Hard Fork ของ Ethereum ผ่านไปได้ด้วยดี จึงทำให้มีการแตกสกุลเงินดิจิตอล ตัวนี้ออกมาเป็นสองตัว ได้แก่ ETH (ETH) และ ETC (Ethereum Classic)

  • Ethereum (ETH) : คือ สกุลเงิน Ethereum ที่ผ่านการปรับปรุงแก้ไขแล้ว
  • Ethereum Classic (ETC) : คือ สกุลเงิน Ethereum แบบดั้งเดิม สำหรับคนที่ยังหลงไหล Ethereum แบบเดิม

วิธีการ Hard Fork ก็คือการเข้าไปแก้ Source Code ของระบบเก่าที่มีอยู่แล้ว ในส่วนของข้อกำหนดความเข้ากันได้ เพื่อให้เกิดระบบใหม่แยกออกมา จากนั้นก็ตั้งชื่อคอยน์ แล้วเปิดรันระบบ กลายเป็นคอยน์ตัวใหม่

Soft Fork

Soft Fork จะว่าไปมันก็คล้าย ๆ กับ Hard Fork น่ะแหละ แต่มันเบากว่านิดนึงคือ มันจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เคยใช้งานใน Blockchain เหมือนกัน เช่น เพิ่มขนาด Block หรือเปลี่ยน Protocol ใหม่ เป็นต้น ซึ่ง Block เดิมก็ยังคงใช้งานได้เหมือนเดิม

Soft Fork vs Hard Fork

เปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่าง Soft Fork และ Hard Fork
เปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่าง Soft Fork และ Hard Fork

Comments

comments

Summary
ถ้าบทความเหล่านี้ถูกใจคุณ สละเวลาให้คะแนนที่ดาวข้างล่างนี้สักแป้บนะ .. จะได้เป็นกำลังใจให้ทีมงาน เพื่อปรับปรุงคุณภาพบทความต่อไปงัย
0
คะแนนเฉลี่ย 3.42 ( 13 จำนวนผู้ให้คะแนน)
แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By Paitoon Pairor
Load More In Blockchain (บล๊อคเชน)