ICO ผลตอบแทนโคตรคุ้ม แต่ก็ยังมีความเสี่ยง

ICO มันไม่ใช่ของชัวร์ มันมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงจะอยู่กับเหรียญที่เราเลือก

ซึ่งความน่าสนใจของ ICO ก็เหมือน IPO ทุกคนมุ่งเป้าไปที่วันเปิดขายวันแรก IPO อาจจะมองไปที่ ATO (ราคาตอนก่อนเปิดตลาดซื้อขายจริง) แต่ ICO จะมองไปที่วันที่ทุกคนได้รับเหรียญ หรือ Token แล้วไปทยอยขายกันที่ Exchange มันจะเริ่มต้นที่ราคาเท่าไหร่ ตามหลักการแล้ว เราคงไม่ขายต่ำกว่าทุนใช่หรือไม่ ?? เป็นเหมือนกันหมด ความเสี่ยงจะค่อนข้างน้อย หากเราได้ซื้อในราคาก่อนเข้าตลาด

ข้อนี้แหละที่ทำให้ ICO มีความเสี่ยงต่ำกว่า IPO กล่าวคือ บางทีคุณไม่มีทางหรอกที่จะได้หุ้นจอง ของบริษัทดีๆ ที่ดูแล้วเข้าตลาดอย่างน้อย ATO ต้องกำไรเยอะแน่ ๆ แต่ ICO มันยังเป็นตลาดใหม่ คุณมีโอกาสซื้อได้ทันเหมือนหลายๆ คนบนโลกนี้ ไม่ต้องรอหุ้นจองจากโบรก เพียงแต่รอเวลาซื้อ ดังนั้นความเสี่ยงมันจะลดลงเพราะคุณจะได้เลือก ICO เหรียญตัวที่ดูมีอนาคต มากกว่าไปลุ้นเอาว่าจะได้หุ้นจอง แล้วก็ได้แบบหุ้นจองบริษัทอะไรก็ไม่รู้ง่อยๆ

ดังนั้นเรามาดูกันว่า ICO ที่ผ่านมา เป็นยังไงกันบ้าง

ฮ่า ฮ่า ฮ่า เห็นแล้ว ไม่ต้องตกใจครับ ไม่ต้องตกใจ นี่แหละครับ ICO

จะเห็นได้ว่า Stratis เป็นตัวที่มีมูลค่าขึ้่นมามากที่สุดถึง 1,500 เท่า เทียบได้กับ ซื้อ 1 บาท ได้กำไร 1,500 บาท หรือ..

ถ้าซื้อในมูลค่า 10,000 บาท ก็จะเปลี่ยนเป็นเงิน 15 ล้านบาท ได้ภายในเวลาแค่ 1 ปีเท่านั้น !!!

ดังนั้นมันจึงเป็นอะไรที่ นักเทรดวงการ Crypto Currency ตื่นเต้นกันมาก โดยเฉพาะตัวที่เปิดใหม่ในปี 2017 ทุกคนคาดหวังกันว่าจะเป็นเหมือน Stratis และ Top10 ของปี 2016

จะเห็นได้ชัดเจนว่าราคา ATO เปิดเข้าตลาดมาส่วนใหญ่มีมูลค่าพุ่งขึ้นมาทันที 100% ตั้งแต่วันแรก โดยจะมีเพียงตัว BAT ตัวเดียวที่เปิดตลาดพุ่งไปถึง 400% ในนาทีแรกของการซื้อขาย เนื่องจากมีความต้องการสูงมากของนักลงทุน เพราะตอนที่เปิดระดมทุนซื้อ ICO นั้น…

BAT สามารถระดมทุนหมดไปอย่างรวดเร็วเพียงแค่ 24 วินาทีเท่านั้น

ซึ่งเหรียญส่วนใหญ่ที่สามารถทำราคาได้เป็นอย่างดี ส่วนนึงก็อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้เป็นตลาดขาขึ้นของ Crypto Currency โดยเฉพาะ Bitcoin จึงทำให้เป็นกระแสและมีเงินลงทุนหลั่งไหลเข้ามามากมาย

ซึ่งนั้นก็คือความเสี่ยง หากเป็นการ ICO ในตลาด Bearish (ตลาดขาลง) ล่ะ ซึ่งผมเองก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์เล่น ICO ในตลาดขาลงเลย จึงไม่สามารถบอกได้ว่า เมื่อถึงเวลานั้น การลงทุน ICO จะยังน่าสนใจอยู่หรือไม่ แต่เท่าที่คาดเดา คนที่ลงทุนน่าจะทยอยขายกันในวันแรกมากขึ้นกว่าตลาดขาขึ้น เพราะกลัวราคา Bitcion ที่จะลดต่ำลงไปอยู่ตลอดเวลา

ประสบการณ์ตรงกับการซื้อ ICO

เราจะซื้อ ICO ได้ที่ไหนอย่างไร ? แล้วซื้อตัวไหนดี คงเป็นคำถามที่ตอนนี้ทุกๆ ท่านคงอยากจะรู้แล้ว วันนี้ผมมีประสบการณ์ตรงมาบอกต่อกัน

ผมเริ่มต้นรู้จัก ICO ตั้งแต่ช่วงประมาณกันยายนปี 2016 โดยรู้จักจากเพจหนึ่งที่ชื่อว่า Thai Crypto โดยในตอนนั้นมีความรู้สึกว่า ICO มันเป็นอะไรที่เสี่ยง เหมือนซื้ออากาศ การลงทุนที่เหมือนบริจาคเงิน ไม่รู้ว่าจะเข้าตลาด Exchange เมื่อไหร่ เป็นคำถามที่ผมถามคุณกอลฟ์ (Admin เพจ Thai Crypto) มาตลอดว่ามันจะเข้าเมื่อไหร่ (ถ้าเป็นตอนนี้อาจจะเข้า Exchange ภายใน 3 ชั่วโมงหลังจากระดมทุนเสร็จ) ตอนนั้นก็กลัวลงไปแล้วราคาตก ราคา bitcoin ตกบ้างล่ะ ทีมงานชิ่งบ้างล่ะ กลัวสารพัด

จนมาได้สนใจศึกษาข้อมูลการลงทุนจริง ๆ เอาก็เดือนเมษายน 2017 โดยเริ่มจากการหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ จนสรุปมาเริ่มที่ GNOSIS (GNO)

GNO คือ Plattform ทำนายผลต่าง ๆ เช่น ผลของราคาหุ้น ผลบอล หรือ ผลการพนัน ที่สร้าง และระดมทุนขึ้นมาบน Ethereum Plattform (ซึ่งในบทความต่อๆ ไปจะมีเล่าถึง “Ethereum plattform เปลี่ยนโลก” ) ซึ่งระดมทุนได้ไปทั้งหมด 12.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ราคาทุนคือ ราคาทุน 0.023BTC เปิดตลาด

ในวันนั้นผมได้ทำการลองซื้อ ICO ด้วยการโอน ETH (Ethereum) ผ่าน myetherwallet เข้าไปซื้อ แต่ปรากฏว่า มัน Error ไม่สามารถซื้อได้ ผมเองก็ไม่มีประสบการณ์ นี่เป็นครั้งแรก จนทำให้ไม่ทันการระดมทุนที่จบไปภายในเวลาแค่ 25 นาที ผมเองก็เสียดายมากๆๆ ถึงมากที่สุด

และก็จนได้ พอปิดระดมทุน GNO ประกาศเข้า Exchange ในอีกอาทิตย์ต่อมาทันที แล้วราคาก็เป็นอย่างที่คิด เปิดมาขึ้นไป 200% ทำให้ผมก็ต้องไปนั่งช้อนตอนมันลงมาในราคา 0.044BTC ซึ่งก็ยังมีมูลค่าสูงกว่า IPO ถึง 90%

หลังจากที่ Fail พลาดไม่ได้ราคา ICO กับ GNO ก็ได้มาเจอ Aragon
Aragon เป็นเหรียญที่นักลงทุนหลายๆ คนให้ความสนใจไม่แพ้ GNO จึงทำให้ระดมทุนทั้งหมด 24.75 ล้านเหรียญสหรัฐ หมดไปภายใน 40 นาที

ครั้งนี้ผมไม่พลาด ผมจัดเต็มทันที 300ETH หรือในช่วงนั้นคือ 1.5 ล้านบาท ได้มาทั้งหมด 30,000 Token

และผมก็ได้มาขายตอนกำไร 130% ภายใน 4 วันถัดจากนั้น ซึ่งหากขายในวันแรกก็อาจจะขายได้กำไร 100% อยู่แล้ว เหมือนเครื่องปั่นเงินชัด ๆ -_-’’

ผมใช้หลักการกระจายความเสี่ยงแบบบ้าน ๆ ไม่ได้ใช้ทฤษฏีใด ๆ ทั้งสิ้น

สมมุติ เราลงทุน ICO 10 ตัว — ตัวละ 1,000 บาท

คิดประเมินแบบต่ำๆ ไว้เลยนะครับว่า อาจจะ มี 5 ตัวที่ราคา ต่ำกว่าทุน แล้วมีอีก 5 ตัวที่ราคาสูงกว่าทุน ให้เป็น average ส่วนใหญ่ของตลาดตอนนี้คือ 100%

5 ตัวที่ ราคาต่ำกว่าทุน ยังไงก็คงไม่เหลือ 0 ผมตีให้เลยว่าอาจจะต่ำกว่าทุน 50% เพราะไม่เหมือนเล่นหวย หรือพนันบอล เพราะถ้าผิดทางคือ เจ๊ง เหลือ 0

ดังนั้น สรุปจะมี 5 ตัวที่ ได้กำไรเกิน 100% อีก 5 ตัว ต่ำกว่าทุน 50% รวมกันแล้วคือ 5000+5000+2500 = 12500 บาท แต่ถ้าลองคิดแบบ..

เอา Average ROI ของ ICO ทุกตัวมาเป็นตัวตั้ง แล้วมาคิดดูสิครับ ซึ่งตอนนี้มันเวอร์มาก (ขาขึ้น) คงแทบไม่ต้องคิดมากเลยว่า ทำไมจะต้องลง ICO

สุดท้ายสรุปวิธีการที่จะซื้อ ICO

  • หาเหรียญที่น่าลงทุนจากเว็บไซต์ ICO list พวก icorating.com , icotracker.netและ ico-list.com
  • เมื่อดูตัวเหรียญที่น่าสนใจแล้วก็เริ่มไปศึกษาดูจากเว็บไซต์ของแต่ละ ICO และ Twitter (สำคัญมาก ๆ จำนวน Follower เป็นตัวบ่งบอก ปริมาณของนักลงทุนที่สนใจ) ศึกษา อ่านข้อมูลความน่าสนใจของเหรียญแต่ละเหรียญ
  • ไปติดตาม หรือ ขอคำแนะนำจากเพจ
  • เริ่มศึกษาเหรียญที่น่าสนใจว่า เหรียญนั้นมีวิธีการระดมทุนอย่างไร ต้องโอน BTCหรือ โอน ETH เพื่อระดมทุน (คนจะลงทุน ICO ได้ คงต้องมีความรู้พื้นฐานในการ ซื้อ/ขาย/โอน BTC หรือ ETH เสียก่อน)
  • เมื่อถึงวันเวลาที่กำหนด (จบ countdown) ก็ให้เริ่มทำการโอน BTC หรือ ETH ไปที่ Address ของ เจ้าของเหรียญนั้น ๆ โดยด่วนที่สุดเพื่อที่จะได้รับหรือเปลี่ยนเป็น Token ให้กับเราหลังจากที่ระดมทุนเสร็จสิ้น ซึ่งวิธีการโอนก็อาจจะยากซับซ้อน หรือง่าย ขึ้นอยู่กับวิธีโอนของเหรียญนั้น ๆ บนหน้าเว็บไซต์
  • เมื่อโอนเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าของเหรียญก็อาจจะโอนเป็น Token ให้กับเราเลยในทันทีทันใด แล้วก็เข้าตลาด Exchange ในเวลาต่อมา ( เหมือน Aragon)
  • เมื่อเหรียญนั้น ๆ เข้าตลาด Exchange ก็โอนไปให้พร้อม แล้วก็เตรียมตัวเฮ กับราคาที่จะพุ่งสูงขึ้นมาละกันนะครับ ฮ่าฮ่าฮ่า

ใคร ๆ ก็สามารถเล่น ICO ได้ครับ มีเงินแค่ 10,000 บาท ก็สามารถกลายเป็น 15 ล้านบาทได้ ขอแค่คุณกล้าลงทุน


ต้นฉบับบทความ

medium.com

Comments

comments

แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By Paitoon Pairor
Load More In ICO (Initial Coin Offering)