คงไม่ใช่ผมคนเดียวในฐานะมนุษย์เงินเดือนต๊อกต๋อย ที่มักจะมองหาลู่ทางใหม่ ๆ เพื่อให้มีรายรับมาจากหลาย ๆ ทางอยู่สม่ำเสมอ และคำที่มักได้ยินบ่อย ๆ เห็นจะหนีไม่พ้นคำว่า “Passive Income” ได้ยินแรก ๆ เออ มันเท่ห์ดีนะ แล้วก็พูดติดปากตามคนอื่น มาเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าใจความหมายของคำว่า “Passive Income” สักเท่าไหร่นัก

แล้วคำว่า “Passive Income” มันหมายความว่าอะไรกันแน่?

เอาเป็นว่าแปลตรง ๆ ตัว ถอดแบบมาจาก Dictionary เลยจะได้ความหมายว่า “รายได้เชิงรับ” เอ้า … อะไรล่ะทีนี้ ยิ่งแปลยิ่ง งง คำเดิมก็เท่ห์ดีอยู่แล้ว ต้องแปลจากไทยเป็นไทยอีกทีหนึ่ง คำว่า “รายได้เชิงรับ” นั้น คือ “รายได้ที่ไม่ได้มาจากการที่เราออกแรงทำงานโดยตรง” จินตนาการกันง่าย ๆ ครับว่า “ในวันใดที่เราไม่ได้ทำงานแล้ว แต่เรายังคงมีรายรับวิ่งเข้ากระเป๋าเราอยู่สม่ำเสมอ” ไม่ว่าจะเป็นรายได้ทางไหนก็ตาม รายได้ก้อนนี้แหละครับที่เรียกว่า “Passive Income” และถึงแม้เราไม่มีชีวิตอยู่ รายได้ก็ยังคงอยู่ตลอดไป สามารถส่งต่อให้ลูกหลานของเราได้

เงินเดือนของข้าราชการ เงินเดือนพนักงานบริษัทฯ เป็น Passive Income หรือไม่?

คำตอบ คือ “ไม่ใช่” และ ไม่มีทางเป็นไปได้เลย เพราะเงินเดือนเหล่านั้นเกิดจากการทำงานในแต่ละเดือนเพื่อให้ได้ค่าตอบแทนมา ดังนั้นเงินเดือนจึงเป็น Active Income (รายได้เชิงรุก) ง่าย ๆ คือ ต้องทำงานถึงจะได้ ซึ่งเมื่อใดที่เราหยุดทำงาน หน่วยงานราชการหรือบริษัทที่เป็นนายจ้างก็ย่อมหยุดจ่ายเงินเดือนไปโดยปริยาย รายได้ของเราก็จะหดหายไปทันที ถ้าเราป่วย เราตาย รายได้นั้นก็จะตายตามเราไปด้วย ลูกหลานเราก็ไม่ได้อะไร หรือเต็มที่ก็เงินก้อนเล็ก ๆ ก้อนหนึ่ง

ข้อแตกต่างระหว่าง Active Income กับ Passive Income

  • Active Income = คุณ ทำงานเพื่อ เงิน (You work for money.)
  • Passive Income = เงิน ทำงานเพื่อ คุณ (Money working for you.)

ข้อดีของ Passive Income มีอะไรบ้าง?

  • สร้างอิสรภาพทางการเงิน — ข้อนี้ชัดเจนมาก เพราะเมื่อวันใดที่เรามีรายได้เชิงรับ หรือ Passive Income มากกว่ารายจ่ายในแต่ละวัน เมื่อนั้นเราก็บอกลางานประจำได้เลย เราจะมีเวลามากกว่าคนอื่นทันทีอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน แถมไม่ต้องตอกบัตรเช็คชื่อเข้าทำงานอีกด้วย
  • เป็นแหล่งรายได้ใหม่ — ชีวิตเราเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ถึงแม้เราจะมีความสุขกับงานที่ทำอยู่ แต่ถ้าวันใดเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ถูกไล่ออก หรือ ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ แต่ถ้าเรามีแหล่งรายได้จาก Passive Income อยู่ ครอบครัวเราก็จะไม่เดือดร้อน
  • เป็นแหล่งรายได้ที่ต่อเนื่อง — ไม่ว่าคุณจะรักงานประจำที่คุณทำขนาดไหน ซักวันหนึ่งคุณก็คงต้องหยุดทำ อาจเนื่องด้วยสาเหตุทางด้านอายุ และสุขภาพ เงินรายได้จากการทำงานก็จะต้องหดหายไปในที่สุด แต่ถ้าเรามี Passive Income คอยรองรับอยู่ เงินรายได้ตรงนี้จะยังคงไหลเข้าสู่กระเป๋าของคุณอย่างต่อเนื่อง แถมยังตกทอดเป็นมรดกให้คนใกล้ชิดได้อีกต่างหาก (เราไม่สามารถยกตำแหน่งงานในฐานะลูกจ้างให้ลูกหลานเราได้ ถูกต้องไหมครับ)
  • เป็นมรดกตกทอดให้ลูกหลาน — อย่างที่อธิบายไว้ด้านบน เมื่อเราวางระบบไว้ดีแล้ว แม้ว่าเราจะไม่อยู่ หรือตายไป รายได้ดังกล่าวยังคงอยู่ และส่งต่อให้กับลูกหลานของเราได้ตลอดไป

ตัวอย่าง Passive Income

  • ค่าเช่า หอพัก ตึก ที่ดิน ฯลฯ
  • ปล่อยเงินกู้ ทั้งถูกกฎหมาย และผิดกฎหมาย
  • ค่าลิขสิทธิ์ จากสิ่งที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา หรือ จากการจดลิขสิทธิ์ หรือ เอกสิทธิ์เฉพาะ
  • Network Marketing รายได้จากการการตลาดแบบ “เครือข่ายผู้บริโภค”
  • การขุดบิทคอยน์ และ เงินดิจิตอลชนิดอื่น ๆ เช่น การขุด Monero (XMR), การขุด Litecoin 
  • และอื่น ๆ อีก ถ้าคุณอยากรู้ อยากลองศึกษา เปิดใจ และมีความตั้งใจที่จะสร้างอิสรภาพให้กับตัวเอง ปลดแอกจากคำว่า “มนุษย์เงินอยู่ไปเดือน ๆ”

Comments

comments

แสดงหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มเติม
Load More By Paitoon Pairor
Load More In บิทคอยน์