วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 24, 2024

ชีวิต 3 ปีในนิวซีแลนด์

Share

#ทีมนิวซีแลนด์ ริวิวตามจริง ไม่โลกสวย ไม่อวยประเทศ

อาชีพเดิม : pr ศูนย์การค้าชั้นนำย่านสุขุมวิท

อาชีพใหม่ : คนงานไร่องุ่น

เพิ่งย้ายมาอยู่นิวซีแลนด์ได้ 3 ปี ทุกวันนี้ยังคิดถึงเมืองไทย ถ้าถามว่าอยู่นิวดีกว่าอยู่ไทยไหม ต้องถามกลับว่าอยากหนีอะไรจากเมืองไทยมา ถ้าคำตอบคือหนีคุณภาพชีวิตแย่ๆ มาจากไทย คำตอบที่จะตอบได้คือที่นิวดีกว่ามาก แต่ถ้าถามเรื่องความสะดวกสบาย ที่ไทยดีกว่าแน่ๆ เราต้องเลือกว่าอยากได้อะไร เพราะทุกประเทศมีข้อดีข้อเสียต่างกัน

ต้องขอย้อนความก่อนว่าตอนอยู่ไทยอาชีพการงานก็ค่อนข้างดีมาก แต่ที่ตัดสินใจย้ายเพราะงานมันเครียดจนส่งผลไปถึงสุขภาพ เลยตัดสินใจกับสามีทำเรื่องย้ายประเทศมา (ตอนแรกตั้งใจย้ายแค่ชั่วคราวแต่ตอนนี้เริ่มคิดทบทวนใหม่) อาชีพการงานของเราเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากพนักงานออฟฟิศ เป็นชาวสวนองุ่นเต็มตัว

ด้านรายได้:

ที่นิวค่าแรงขั้นต่ำคือ $20 (ประมาณ 400 บาทต่อชั่วโมง) แต่อย่าคิดว่ามันมาก เพราะค่าแรงที่มาก มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่มากตามมาเช่นกัน ค่าใช้จ่ายที่นี่ส่วนใหญ่จ่ายเป็น week ค่าเช่าบ้านโดยประมาณ week ละ $350 ถ้าคูณเป็นเดือนก็เยอะเอาการ สำหรับตัวเองแล้วรายได้ต่อปีน้อยลง แต่รายจ่ายก็น้อยลงเพราะที่นี่ไม่ค่อยมีที่ให้ shopping เหมือนที่ไทยทำให้เงินเก็บเพิ่มขึ้น (ที่เป็นแบบนี้เพราะเรามาอยู่นิวกับแม่ที่นำทางมาก่อนแล้ว รวมถึงมากับสามีทำให้ค่าใช่จ่ายหาร 3 เลยไม่หนักมาก

แต่ใครที่มาตัวคนเดียว ช่วงแรกก็หนักเอาการไหนจะค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่ากิน รวมถึงค่าไฟที่ค่อนข้างจะแพงถ้าเที่ยบกับบ้านเรา ที่บ้านอยู่กัน 4 คน หน้าร้อนจะตกอยู่ที่เดือนละประมาณ 300 NZD แต่ถ้าหน้าหนาวก็จะตกอยู่เกือบๆ 400 NZD

ด้านความเป็นอยู่:

มาปีแรกตื่นเต้นเพราะเจออะไรใหม่ๆ ปีที่ 2 คิดถึงเมืองไทย อยากกลับไปเที่ยว ไปกินอะไรอร่อยๆ ปีที่ 3 เริ่มชินใช้ชีวิตแบบสบายๆ เริ่มไม่อยากกลับเมืองไทยแล้ว เราอยู่ในเมืองที่ผู้คนเป็นมิตร เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็ก ๆ ของคน local ชื่อเมือง Martinborough เป็นเมือง vine village

คนส่วนใหญ่ทำงานสวนและงานฟาร์ม คนทำงานสวนองุ่นจะมีช่วงเวลาหยุดพัก 2-3 เดือนต่อปี เหมือนได้ปิดเทอมช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยว และช่วง Pruning (ตัดแต่งกิ่ง) รอเริ่มฤดูกาลใหม่ ด้านรายได้ถือว่าดี เพราะมีทั้งงานที่จ่ายเป็นชั่วโมงและงานเหมาที่นี่จะเรียกว่างาน contract ใครทำเก่งทำไวก็จะได้เงินเยอะ บางงานได้ตกชั่วโมงละ 40-50 NZD ก็มี แถมยังมีช่วงหยุดพักอีกต่างหาก

อัตราภาษี:

  • Up to $14,000 : 10.5%
  • 14,000-48,000: 17.5%
  • 48,000-70,000: 30%
  • 70,000-180,000:33%
  • 180,000 up. : 39%

ข้อแตกต่างจากเมืองไทยคือ เค้าใช้รายรับทั้งหมดมาคิดภาษี ต่างจากที่ไทยที่มีลดหย่อนเยอะ เลยเลี่ยงภาษีได้ ที่นี่เท่าที่ศึกษาเเล้วไม่ค่อยมีลดหย่อน ทำงานได้มาเท่าไหร่ ต้องจ่ายภาษีหมด

Job:

การทำงานที่นี่ ค่อนข้างต่างจากไทยมาก คนที่นี่ชอบเรียนสายอาชีพ เพราะหางานง่ายกว่า เนื่องจากเป็นประเทศเล็กๆ ถ้าไม่นับเมืองหลวงและเมืองท่าแล้ว บริษัทที่นี่ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจครอบครัว พนักงานจะไม่เกิน 10 คน บริษัทที่มีพนักงาน 50 คน up ถือว่าเป็นบริษัทใหญ่มากแล้ว เราทำงานบริษัทที่มีสวนองุ่น 150,000 ต้น มีโรงไวน์เป็นของตัวเองส่งขายทั่วประเทศและต่างประเทศ มีพนักงานรวมคนทำสวนประมาณ 20 คน (รวมเจ้าของ) มาใหม่ๆ ตกใจมาก เพราะตอนอยู่ไทยเคยทำงานบริษัทที่มีพนักงานเป็นหมื่นคน เราเล่าให้เจ้าของโรงไวน์ฟัง เค้าก็งง ทำไมยูทำงานบริษัทใหญ่จัง

ดังนั้นคนที่อยากมาทำงานออฟฟิศ ความรู้ต้องแน่นจริง ภาษาต้องดีเริ่ด เพราะงานแบบนี้ค่อนข้างน้อยอัตราแข่งขันสูงแต่ถ้ามาทำสายอาชีพ ถือว่าสบาย หางานง่าย ตัวเลือกเยอะ ยิ่งพวกงานก่อสร้าง( building) ยิ่งหางานง่ายรายได้ดี งานซ่อมรถก็เริ่ด ได้ ชม. ละประมาณ $40 up

แต่ถ้าอาชีพค้าขาย ค่อนข้างลำบาก ที่นี่ทำอะไรต้องขออนุญาตทั้งหมด จะมาตั้งขายของริมทางอย่างไทยนี่ยากกกกก จะขายของกินก็ต้องมีคนมาตรวจครัวว่าสะอาดได้มาตรฐานไม่ ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าตั้งโต๊ะแล้วขายได้เลย รวมถึงทำอะไรต้องจ่ายภาษีหมด จะมาหลบเลี่ยงไม่ได้ จะทำอะไรต้องจ้างทนายและสำนักงานบัญชี จะทำเองเรื่อยเปื่อยเหมือนตอนอยู่ไทยไม่ได้ มาบ้านเมืองเค้าก็ต้องรับกติกาเค้าให้ได้

สรุปโดยรวม ตอบไม่ได้ชัดๆ ว่าอยู่ไหนดีกว่ากัน อันนี้แล้วแต่คนชอบ ถ้าชอบสะดวกสบายอะไรก็ได้ต้องที่ไทย เพราะที่นี่เค้าไม่ได้พัฒนาแบบสุดโต่ง เค้าพัฒนาแต่สิ่งที่จำเป็นกับประชากรเค้า ห้างนี่มีน้อยมาก เพราะคนที่นี่เน้นเที่ยวธรรมชาติ เค้าเลยไม่รู้จะสร้างห้างมากมายไปทำไม รถไฟฟ้าเค้าก็ไม่มี เพราะรถที่นี่ไม่เยอะจนล้นถนน รถคันไหนเด่าจนตรวจสภาพไม่ผ่านก็ต้องเอาไปทำลายทิ้ง รถเลยไม่มีล้นถนน เพิ่มเติมอีกอย่างระบบขนส่งที่นี่ดีมาก

คนนอกเมืองที่ต้องไปทำงานในเมือง ส่วนใหญ่จะขับรถไปจอดที่สถานนีรถไฟแล้วต่อรถไฟเข้าเมือง มันดีตรงที่เค้า link กันหมดพอรถไฟจอด รถเมล์ก็มารอรับในเวลาที่พอดีกัน ไม่มีว่า รถบัสหมดก่อนรถไฟ เเล้วเดินทางต่อไม่ได้ แถมอีกอย่าง ระบบขนส่งสาธารณะมาตรงเวลามาก เราสามารถกะเวลาเดินทางได้โดยไม่ต้องเผื่อรถติด
ตอนนี้นึกออกแต่นี้ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมเดี๋ยวมาเล่าให้พังใหม่นะคะ

Edit

เพิ่มเติมอีกนิดค่ะ ส่วนตัวเคยย้ายมาอยู่นิวหลายรอบแล้ว แต่ทนคิดถึงเมืองไทยไม่ไหว หนีกลับทุกรอบ ด้วยเหตุผลที่ว่านิวเป็นเมืองที่เงียบสงบมากกกกก สงบจนน่ากลัว สมัยก่อนอินเตอร์เน็ตก็ไม่ดี แต่เดี๋ยวนี้สบายมาก NZ นี่ 5G แล้วนะคะ มาแล้วไม่เหงาเลย เบื่อก็ดูข่าวไทยละครไทย หรือไม่ก็ซีรี่ย์เกาหลี คิดถึงเพื่อนก็ vdo call อยากกินของไทยก็สั่งออนไลน์ อิจฉาเด็ก ๆ สมัยนี้ ย้ายประเทศแล้วไม่เหงามาก เหมือนแค่ย้าย รร.


เนื้อหาจากกลุ่มเฟซบุ๊ค โยกย้ายมาส่ายสะโพกโยกย้าย

กาเหว่า
กาเหว่าhttp://konderntang.com
มีความชอบและหลงไหลในเทคโนโลยีทางด้านไอที การลงทุน และเงินคริปโต .. นอกจากนี้แล้วมักใช้เวลาว่างไปกับการท่องเที่ยว ถ่ายรูป ไปค่ายอาสา ..

Read more

Local News