วันเสาร์, มีนาคม 2, 2024

ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น

Share

#ทีมญี่ปุ่น มาแชร์เรื่องทุนรัฐบาลญี่ปุ่นค่ะ มันคือทุน Monbukagakusho(MEXT) เป็นทุนให้เปล่าที่คนส่วนใหญ่รู้จัก เรามาจากทุนนี้มาเรียนป.โทแล้วขยายต่อเอก ตอนนี้อยู่มาได้ 6 ปี แล้วแพลนจะอยู่ต่อ postdoc ยังไม่กลับง่าย ๆ ค่ะ เพราะกว่าจะมามันไม่ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเกิน อาศัยความพยายาม+ดวง ผสม ๆ ไปค่ะ

ทุนนี้มีซัพพอร์ตตามรายการข้างล่าง

  • ฟรีค่าเทอม
  • เงินทุนรายเดือน เดือนละ 143,000เยนสำหรับป.โท 145,000เยน สำหรับป.เอก อาจจะมีเพิ่มอีก 2,000เยน สำหรับบางมหาลัยต่างจังหวัด
  • ฟรีค่าตั๋วไป-กลับ
  • ฟรีค่าสอบเข้าโท/เอก

คร่าว ๆ คือประมาณนี้ เพื่อความชัวร์ แนะนำให้เช็คตามทุนที่เราสนใจจากเว็บสถานทูตญี่ปุ่น (https://www.th.emb-japan.go.jp/itpr_th/jis_study.html)

คราวนี้ส่วนที่บางคนอาจไม่ทราบคือ ทุนนี้มีวิธีสมัคร 2 แบบ

  1. ผ่านสถานทูต คือรายละเอียดตามลิ้งก่อนหน้าเลยค่ะ เป็นการสอบข้อเขียนคล้ายเอนทรานซ์ (รู้รุ่นเลยนะคะ) หรือแอดมิชชั่นสมัยนี้
  2. ผ่านมหาวิทยาลัย

เราเคยสอบข้อเขียนของแบบที่ 1 แล้วระหว่างรอผล เลยสมัครแบบที่ 2 เผื่อสอบข้อเขียนไม่ผ่าน และใช่ค่ะเราได้มาเพราะแบบที่ 2 เดี๋ยวจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง เตือนก่อนว่ายาวนะคะ แต่คิดว่าเป็นประโยชน์ อยากให้คนสนใจได้ลอง เพราะลองยังมีโอกาสได้ แต่ไม่ลองโอกาสคือศูนย์ ลุยค่ะ

เกริ่นก่อนว่า เราจบตรีกายภาพบำบัด แล้วทำงานในรพ.ประมาณ 6 ปี มาต่อโท Biomedical Engineering และเอกสาขาเดียวกัน ความรู้ภาษาญี่ปุ่นก่อนมาเป็น 0 ค่ะ ไม่ได้เทคคอร์สเรียน เพราะไม่มีเวลา ได้แต่อ่านหนังสือเพื่อจำ hiragana katakana เอง

ทุกคนอาจสงสัยว่า จบสายสุขภาพ ย้ายสายไปวิศวะ แถมอายุก็เยอะ (ตอนมาเหยียบญี่ปุ่นเราอายุ28….) มันทำได้ค่ะ ที่ไทยอาจไม่ได้ แต่ที่ญี่ปุ่นได้ค่ะ มีเพื่อนต่างชาติหลายคนก็ย้ายสาย แต่เค้าอาจจะย้ายแต่สาขาจากเครื่องกลเป็นbiomed แค่เราย้ายจริงจังกว่า

ขั้นตอนสำหรับวิธีที่ 2 คือ

1. เสิร์ชหา อาจารย์/แลปที่เราอยากไปเรียน ถ้าไม่รู้จะเริ่มยังไง ตามเราเลยค่ะ กูเกิ้ล ใส่คีย์เวิร์ดไป เช่น biomedical engineering + assistive device + arm movement ถ้า scope เราชัดก็อาจจะหาเจอไว ถ้าเจอแลปก็เข้าไปดูresearch fieldของแลปนั้น ดูเมมเบอร์แลป ว่าทำวิจัยกันเรื่องอะไร ถ้าเจอแค่ชื่ออ. ก็คล้ายกันค่ะ เข้าgoogle scholar ดูpublicationsของอ. อ่านงานวิจัยเค้าค่ะว่าตรงกับที่เราสนใจมั๊ย ถ้าตรงไปขั้นต่อไปค่ะ

ปล. แนะนำให้หาเผื่อหลายๆที่ลิสต์ไว้ค่ะ เพราะวิธีนี้บอกแล้วว่าอาศัยดวงด้วย

2. เขียนcover letter, research planที่เราจะทำกับเค้า, cv, Cover letter อาจจะเตรียมไว้สำหรับใส่เป็นเนื้อหาในเมลแทนก็ได้ค่ะ หรือจะแยกเป็น attached fileก็ได้ แต่เราใส่ไปในเนื้อหาเมลค่ะ เป็นการบอกอ.ว่า เราคือใคร สนใจในงานเค้า เราไม่มีทุนแต่สนใจที่จะjoinแลปเค้า พอจะมีทุนprovideให้เรามั๊ย (คือบอกชัด ๆ ไปเลยค่ะว่าเราอยากได้ทุน)

ปล. จากประสบการณ์นะคะ คนญี่ปุ่นบางคนไม่แข็งภาษาอังกฤษ แม้จะเป็นอ.ก็ตาม แต่พอดีของเราอ.เป็นคนจีนที่ทำงานที่ญี่ปุ่น อ.เลยสปีค 3 ภาษาค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาเขียน แนะนำให้เอาคำง่ายๆ ชัดเจน แต่สุภาพค่ะ ไม่ต้องอ้อมค้อม ถ้าอ้อมมากเค้าจะไม่เข้าใจเรา

Research plan เราเขียนโดยใช้งานอ.เป็น reference ค่ะ ก็เริ่มจาก background ก็คือ problem ว่าทำไมเราถึงมาสนใจที่จะวิจัยเรื่องนี้ ตามด้วย objective&goal ของงาน แล้วก็ methods ว่าเรามีแพลนคร่าว ๆ จะทำยังไง เช่นจะใช้วัสดุนี้มาประกอบโมเดล แล้วใช้ analysis technique นี้วัดค่า แล้วสุดท้ายคือผลที่เราคาดว่าจะได้ (expected results) ประมาณว่าโมเดลเรานี้น่าจะมีค่าที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับอีกเปเปอร์ เนื้อหาที่จะเขียนก็คือจากการอ่านงานวิจัยอ.+ไอเดียเรา+เปเปอร์อื่นที่เกี่ยวข้อง มายำ ๆ กันค่ะ เขียนไงก็ได้ให้งานเราเกี่ยวกับแลปเค้าและมันทำได้จริง ดูมีประโยชน์

3. ปฏิบัติการณ์ส่งอีเมลค่ะ จากลิสต์อ./แลปที่เราหามาจากข้อ1 ส่งหว่านเลยค่ะ เพราะอ.มหาลัยญี่ปุ่นยุ่งมากค่ะ อินบ๊อกซ์เค้าหนาแน่น เพราะงั้นเราต้องจ่าหัวเมลให้เด่น ให้สะดุด ไม่งั้นเค้าจะคิดว่าเป็นสแปมค่ะ อันนี้เราแนะนำให้ไม่ได้ เพราะสื่อสารผิดค่ะ อ.ไม่เข้าใจ แต่อ.ก็กดมาดู ดวงจริง ๆ ค่ะ

อ.บางคนตอบเร็ว ตอบช้า หรือไม่ตอบ มีหมดค่ะ ของเรา เราลองส่ง4ที่พร้อมกันก่อน เพราะกะจะไปแก้research planให้ดีขึ้น ที่แรกตอบปฏิเสธภายใน5วัน ที่สองตอบภายใน3วัน และที่สามปฏิเสธ2บรรทัดน่าจะมากกว่าหนึ่งอาทิตย์ และที่สี่ส่งแล้วคงหายเข้าหลุมดำไปเลยไม่ตอบมา และที่สองคือ advisor ของเราจนวันนี้ค่ะ ขั้นตอนนี้จะท้อนิดนึง เพราะการรอคอยมันกดดันค่ะ มีหลายคนที่ต้องส่งเมล>20 ที่กว่าจะได้ ซึ่งตอนเราสมัครpostdocก็เป็นค่ะ คนเราไม่ได้โชคดีตลอด เริ่มส่งตั้งแต่ปีใหม่ เพิ่งได้เมื่อเดือนที่แล้ว

พอเค้าตอบโอเค ยินดีที่จะช่วยหาทุน ก็คือคุยเมลกับอ.เป็นประจำค่ะ โต้ตอบไปมา อ.จะเป็นคนขอเอกสารเราต่างๆเพื่อยื่นให้มหาลัยเอาเราเป็นcandidateในการขอMEXT เกณฑ์ในการคัดเลือกก็คือ

1. เกรดดี แบบว่าถ้ามีหลักฐานบ่งบอกว่าเราเป็นท๊อป20% เราจะได้เปรียบ คิดว่าน่าจะหมายถึง เกียรตินิยม ประมาณนี้

2. มีpublished paper

3. Professional career คือทำงาน>3หรือ5ปี อันนี้เราจำที่อ.บอกไม่ได้ ต้องขอโทษด้วย

กาเหว่า
กาเหว่าhttp://konderntang.com
มีความชอบและหลงไหลในเทคโนโลยีทางด้านไอที การลงทุน และเงินคริปโต .. นอกจากนี้แล้วมักใช้เวลาว่างไปกับการท่องเที่ยว ถ่ายรูป ไปค่ายอาสา ..

Read more

Local News