Skip to content
เทคโนโลยีอัพเดต

Disney งานเข้า! ลบโพสต์ Threads หนีแทบไม่ทัน หลังเจอพลังโซเชียลถล่มด้วยโควต “ต้านฟาสซิสต์” จากหนังตัวเอง

Gawao
Gawao Author
มกราคม 18, 2026 1 minute to read
สาระไอที เทคนิคการใช้งาน และอัปเดตเทรนด์อนาคตก่อนใค เกาะติดข่าวไอที รีวิวแกดเจ็ต และสรุปโลกคริปโตฉบับเข้าใจง่าย Disney งานเข้า! ลบโพสต์ Threads หนีแทบไม่ทัน หลังเจอพลังโซเชียลถล่มด้วยโควต "ต้านฟาสซิสต์" จากหนังตัวเอง

เกิดอะไรขึ้นเมื่อยักษ์ใหญ่พลาดย่างก้าวบน Threads

เรื่องมันเริ่มมาจากความพยายามที่จะสร้าง Engagement แบบใสๆ ของ Disney บนแพลตฟอร์ม Threads ครับ โดยทางแอคเคาท์หลักของ Disney ได้โพสต์ถามแฟนๆ ว่า “ช่วยแชร์โควตจากหนัง Disney ที่ตรงกับความรู้สึกของคุณในตอนนี้หน่อย!” ฟังดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานและอบอุ่นหัวใจตามสไตล์ค่ายหนูใช่ไหมครับ? แต่กลายเป็นว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับ “ดาร์ก” และ “เดือด” กว่าที่ทีมโซเชียลมีเดียของ Disney จะจินตนาการไว้เยอะเลย

จากโควตซึ้งๆ กลายเป็นสารพัดข้อความต้านอำนาจเผด็จการ

แทนที่ผู้คนจะเข้ามาแชร์ประโยคอย่าง “Hakuna Matata” หรือ “A dream is a wish your heart makes” ชาวเน็ตจำนวนมากกลับพร้อมใจกันขุดเอาประโยคเด็ดจากภาพยนตร์ที่ Disney เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการต่อต้านฟาสซิสต์ การกดขี่ และการลุกขึ้นสู้กับอำนาจที่ไม่เป็นธรรมมาตอบกลับแทน

โควตที่ถูกนำมาถล่มใน Threads ครั้งนี้มาจากหลากหลายเรื่องที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เช่น:

  • Star Wars (โดยเฉพาะจากซีรีส์ Andor): ประโยคที่ว่าด้วยการต่อสู้กับอาณาจักร (Empire) ที่สะท้อนถึงการเมืองในโลกความจริงได้อย่างเจ็บแสบ
  • The Hunchback of Notre Dame: ประโยคที่พูดถึงความยุติธรรมและการถูกกดขี่โดยผู้มีอำนาจที่อ้างศาสนาหรือศีลธรรม
  • Mary Poppins: แม้แต่พี่เลี้ยงสุดใจดีก็ยังมีประโยคที่ถูกตีความในเชิงการเรียกร้องสิทธิและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคม

ประเด็นที่น่าสนใจคือ โควตเหล่านี้ถูกส่งตรงไปถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับรัฐบาลชุดปัจจุบันและกระแสทางสังคมที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในขณะนี้

ทำไม Disney ถึงต้องลบโพสต์? วิเคราะห์ในมุม Tech & PR

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเริ่มเต็มไปด้วยข้อความทางการเมืองที่หนักหน่วง Disney ก็ตัดสินใจ “ลบทิ้ง” ทันที ซึ่งนี่คือสิ่งที่น่าคิดครับ ในมุมของแบรนด์ระดับโลก การที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมทิศทางของ Content ได้ ถือเป็นความเสี่ยงอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเนื้อหาเหล่านั้นไปแตะต้องประเด็นที่อ่อนไหวอย่างการเมือง (Political Sensitive)

สาเหตุที่เป็นไปได้ในการลบครั้งนี้มีอยู่ 2 ประเด็นหลัก:

  1. ความกลัวที่จะทำให้ผู้มีอำนาจไม่พอใจ: Disney ในยุคปัจจุบันมักจะถูกวิจารณ์ว่าพยายามวางตัวเป็นกลางจนบางครั้งดูเหมือนขลาดกลัวที่จะยืนหยัดในข้อความที่หนังของตัวเองพยายามสื่อสาร
  2. Brand Safety: การที่โพสต์ของแบรนด์กลายเป็นพื้นที่ชุมนุมทางการเมืองอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ความบันเทิงสำหรับครอบครัว ซึ่งเป็นหัวใจหลักของบริษัท

ความย้อนแย้งที่ตบหน้า Disney เข้าอย่างจัง

สิ่งที่ตลกและน่าเศร้าในเวลาเดียวกันคือ ข้อความ “ต้านฟาสซิสต์” หรือ “การเรียกร้องเสรีภาพ” เหล่านั้น มันคือคำพูดที่มาจากหนังของ Disney เองทั้งสิ้น! มันแสดงให้เห็นว่าสารที่ Disney ส่งผ่านภาพยนตร์นั้นเข้าถึงใจผู้คนจริงๆ แต่ในฐานะบริษัท (Corporate) พวกเขากลับไม่พร้อมที่จะรับมือกับผลลัพธ์ของสารเหล่านั้นในโลกแห่งความเป็นจริง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบรนด์ใหญ่เจอเหตุการณ์แบบนี้บนโซเชียลมีเดีย แต่กรณีของ Disney บน Threads ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงว่า ในยุคที่ผู้บริโภคมีความตื่นตัวทางการเมืองสูง การตั้งคำถามปลายเปิดแบบ “ใสๆ” อาจนำไปสู่บทสนทนาที่ “เข้มข้น” จนแบรนด์รับไม่ไหว

บทสรุปและบทเรียนสำหรับนักการตลาด

เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า Context is King ครับ การจะโพสต์อะไรในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยุคใหม่ แบรนด์ต้องประเมินสถานการณ์บ้านเมืองและอารมณ์ของสังคมให้ดี หากคุณสร้างเนื้อหาที่ส่งเสริมการต่อสู้เพื่อความถูกต้องในหนัง คุณก็ต้องพร้อมที่จะยอมรับเมื่อแฟนๆ นำสิ่งนั้นมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารในโลกจริงด้วย

โชคดีที่ยังมีผู้ใช้งาน Threads บางคนแคปภาพและบันทึกเหตุการณ์นี้ไว้ได้ทัน ก่อนที่มันจะหายไปจากไทม์ไลน์ตลอดกาล เป็นการเตือนสติเราว่า โลกมนุษย์มันก็เป็นแบบนี้แหละ… (The human world, it’s a mess) เหมือนที่ปูเซบาสเตียนใน Little Mermaid เคยกล่าวไว้จริงๆ ครับ

Leave a Reply

Gawao

Gawao

มีความชอบและหลงไหลในเทคโนโลยีทางด้านไอที การลงทุน และเงินคริปโต ..

บทความที่เกี่ยวข้อง