Skip to content
ทิปเทคนิค

วิธีล้างไวรัสออกจากโทรศัพท์ Android ด้วยตัวเอง

มือถือโฆษณาขึ้นเยอะผิดปกติ แบตหมดไว หรือแอปแปลกๆ ปรากฏมาเอง? นี่คือสัญญาณที่ต้องระวัง พร้อมวิธีแก้ด้วยตัวเองทีละขั้น

Gawao
Gawao Author
มีนาคม 12, 2026 1 minute to read
วิธีล้างไวรัสออกจากโทรศัพท์ Android ด้วยตัวเอง

วิธีล้างไวรัสออกจากโทรศัพท์ Android ด้วยตัวเอง


สัญญาณเตือน: มือถือของคุณติดมัลแวร์ไหม?

ก่อนลงมือแก้ไข มาตรวจสอบก่อนว่ามือถือมีอาการต่อไปนี้หรือเปล่า:

อาการ ความเสี่ยง
โฆษณาป๊อปอัปขึ้นเองแม้ไม่ได้เปิดแอปใด ⚠️ สูง — Adware
แอปที่ไม่รู้จักปรากฏขึ้นเอง ⚠️ สูง — Malware
แบตหมดเร็วผิดปกติ ⚠️ กลาง — อาจมีแอปรันพื้นหลัง
มือถือร้อนแม้ไม่ได้ใช้งาน ⚠️ กลาง — มีกระบวนการซ่อนทำงาน
อินเทอร์เน็ตหมดเร็วกว่าปกติ ⚠️ กลาง — มีแอปส่งข้อมูลพื้นหลัง
มือถือช้าลงกะทันหัน ⚠️ ต่ำ — อาจเป็นแค่พื้นที่เต็ม
ค่าโทรศัพท์สูงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ⚠️ สูง — Toll Fraud Malware

ถ้ามีอาการ 3 ข้อขึ้นไป แนะนำให้ทำตามขั้นตอนในบทความนี้ทันที


ขั้นตอนที่ 1: ปิด Safe Mode เพื่อตรวจสอบ

Safe Mode ปิดแอปของบุคคลที่สาม ถ้าอาการหายไปใน Safe Mode แสดงว่าสาเหตุมาจากแอปที่ติดตั้งไว้

วิธีเข้า Safe Mode (ส่วนใหญ่ของ Android):

  1. กดปุ่ม Power ค้างไว้จนเมนูปิดเครื่องปรากฏ
  2. กดค้างที่ตัวเลือก “ปิดเครื่อง” หรือ “Power Off” ประมาณ 2-3 วินาที
  3. จะมีป๊อปอัปถามว่าต้องการบูตเข้า Safe Mode กด OK
  4. มือถือจะรีสตาร์ทและแสดงคำว่า “Safe mode” ที่มุมล่าง

ถ้าโฆษณาหยุดขึ้นใน Safe Mode → มาจากแอปที่ติดตั้งไว้แน่นอน


วิธีล้างไวรัสออกจากโทรศัพท์ Android ด้วยตัวเอง


ขั้นตอนที่ 2: ค้นหาและลบแอปต้องสงสัย

วิธีตรวจสอบแอปทั้งหมด:

  1. ไปที่ Settings → Apps (หรือ Application Manager)
  2. กด ดูทั้งหมด เพื่อเห็นแอปทุกตัวรวมถึงแอประบบ
  3. มองหาแอปที่:
    • ไม่รู้จัก ไม่เคยติดตั้งเอง
    • ชื่อแปลกหรือดูไม่น่าเชื่อถือ
    • ใช้พื้นที่หรือ Data มากผิดปกติ
  4. กดที่แอปต้องสงสัย → ถอนการติดตั้ง (Uninstall)

⚠️ ระวัง: ถ้าปุ่ม Uninstall เป็นสีเทา (กดไม่ได้) แสดงว่าแอปนั้นได้รับสิทธิ์ Device Administrator ต้องถอนสิทธิ์ก่อน

วิธีถอนสิทธิ์ Device Administrator:

  1. Settings → Security → Device Admin Apps
  2. ปิดสิทธิ์ของแอปต้องสงสัย → แล้วค่อย Uninstall

ขั้นตอนที่ 3: สแกนด้วยแอป Antivirus

หลังลบแอปต้องสงสัยแล้ว ให้สแกนอีกครั้งด้วยแอป Antivirus ที่น่าเชื่อถือ

แอป Antivirus ฟรี/เสียเงิน จุดเด่น
Malwarebytes ฟรี (จำกัด) ตรวจ Malware ได้ดีมาก
Bitdefender Mobile ฟรี / Premium เบา ไม่กินแบต
Avast Mobile Security ฟรี / Premium ฟีเจอร์ครบ
Google Play Protect ฟรี (มีในตัว) สแกนแอปจาก Play Store

ใช้ Google Play Protect ทันที:

  1. เปิด Play Store
  2. กดรูปโปรไฟล์ → Play Protect
  3. กด สแกน เพื่อตรวจสอบแอปทั้งหมด

วิธีล้างไวรัสออกจากโทรศัพท์ Android ด้วยตัวเอง


ขั้นตอนที่ 4: ล้าง Cache และ Data ของแอปต้องสงสัย

แม้ลบแอปแล้ว ไฟล์ขยะบางส่วนอาจยังค้างอยู่

วิธีล้าง Cache:

  1. Settings → Apps → เลือกแอป → Storage
  2. กด Clear Cache และ Clear Data
  3. ทำซ้ำกับแอปที่ดูน่าสงสัยทุกตัว

ขั้นตอนที่ 5: รีเซ็ตการตั้งค่า Network

มัลแวร์บางชนิดเปลี่ยนการตั้งค่า DNS หรือ Proxy เพื่อเปลี่ยนเส้นทางการเข้าเว็บ

วิธีรีเซ็ต:

  1. Settings → General Management (หรือ System)
  2. Reset → Reset Network Settings
  3. ยืนยันการรีเซ็ต Wi-Fi, Bluetooth และ Mobile Data จะถูกล้างทั้งหมด

ถ้ายังไม่หาย: ทางเลือกสุดท้าย — Factory Reset

ถ้าทำทุกขั้นตอนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น การ Factory Reset คือวิธีที่แน่ที่สุด

ก่อน Factory Reset ต้องทำ:

  • สำรองข้อมูล รูปภาพ และ Contact ก่อนทุกครั้ง
  • บันทึก Password ของแอปต่างๆ ที่ต้องการ

วิธี Factory Reset: Settings → General Management → Reset → Factory Data Reset


วิธีล้างไวรัสออกจากโทรศัพท์ Android ด้วยตัวเอง


ป้องกันไม่ให้ติดมัลแวร์อีก: 5 หลักการ

  1. ดาวน์โหลดแอปจาก Play Store เท่านั้น ไม่ติดตั้งไฟล์ APK จากแหล่งที่ไม่รู้จัก
  2. ตรวจสอบ Permission ก่อนติดตั้งแอปทุกตัว แอป Flashlight ไม่มีเหตุผลที่ต้องขอ Permission เข้า Contacts
  3. อัปเดต Android สม่ำเสมอ เพราะแต่ละ Update แก้ช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
  4. ไม่กด Allow เวลาเว็บไซต์ขอ Install แอปหรือ Extension แปลกๆ
  5. เปิด Play Protect ทิ้งไว้ตลอดเวลา เพราะสแกนแอปใหม่โดยอัตโนมัติ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: iPhone ติดไวรัสได้เหมือน Android ไหม? A: ยากกว่ามากครับ iOS มีระบบ Sandboxing ที่เข้มงวดและดาวน์โหลดได้แค่จาก App Store เท่านั้น แต่ถ้า Jailbreak ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นมาก

Q: Antivirus บน Android จำเป็นไหม? A: ถ้าใช้แอปแค่จาก Play Store และไม่ติดตั้ง APK นอกระบบ Google Play Protect ฟรีก็เพียงพอ แต่ถ้าใช้งานมากหรือเปิดลิงก์แปลกๆ บ่อย Antivirus เสริมก็ช่วยได้

Q: ล้างข้อมูลในแอปธนาคารแล้วมีผลอะไรไหม? A: ล้างแค่ Cache ไม่มีผล แต่ถ้าล้าง Data จะต้อง Login ใหม่ ข้อมูลบัญชียังคงอยู่เพราะเก็บที่ Server ไม่ใช่ในเครื่อง


แหล่งอ้างอิง


เผยแพร่บน: gawao.com | หมวดหมู่: IT How-To, Mobile Security, Android | อัปเดตล่าสุด: 2026

Leave a Reply

Gawao

Gawao

มีความชอบและหลงไหลในเทคโนโลยีทางด้านไอที การลงทุน และเงินคริปโต ..

บทความที่เกี่ยวข้อง