Skip to content
เทคโนโลยีอัพเดต

จุดจบยุคทอง CEX? Chainalysis เผยยอดฟอกเงินคริปโตปี 2025 พุ่ง 8.2 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมการรุกคืบของเครือข่ายจีน

Gawao
Gawao Author
มกราคม 28, 2026 1 minute to read
จุดจบยุคทอง CEX? Chainalysis เผยยอดฟอกเงินคริปโตปี 2025 พุ่ง 8.2 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมการรุกคืบของเครือข่ายจีน

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบนิเวศการฟอกเงินในโลกดิจิทัล

รายงานล่าสุดจาก Chainalysis บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนระดับโลก ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับทิศทางการฟอกเงินในอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีในปี 2025 โดยระบุว่าระบบนิเวศการฟอกเงินแบบ On-chain (การทำธุรกรรมบนบล็อกเชนโดยตรง) มีมูลค่ารวมสูงถึง 8.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของอาชญากรทางเศรษฐกิจที่เริ่ม ‘หันหลัง’ ให้กับเว็บเทรดแบบรวมศูนย์ หรือ Centralized Exchanges (CEX) อย่างมีนัยสำคัญ

ในอดีต CEX เคยเป็นทางออกหลักของเหล่านักฟอกเงินในการเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็นเงินสด (Fiat Currency) แต่ด้วยมาตรการที่เข้มงวดขึ้นของหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก รวมถึงการยกระดับมาตรฐาน KYC (Know Your Customer) และ AML (Anti-Money Laundering) ทำให้ช่องทางนี้กลายเป็นความเสี่ยงสำหรับอาชญากร ส่งผลให้เม็ดเงินสีเทาไหลเข้าสู่ช่องทางที่ตรวจสอบได้ยากกว่าเดิม

เครือข่ายภาษาจีน: ผู้เล่นทรงอิทธิพลรายใหม่ในโลกใต้ดิน

หนึ่งในข้อมูลที่สำคัญที่สุดจากรายงานปี 2025 คือการผงาดขึ้นมาของเครือข่ายที่ใช้ภาษาจีนเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นกลุ่มที่ครอบงำกิจกรรมการฟอกเงินในโลกคริปโต เครือข่ายเหล่านี้มักดำเนินงานผ่านทาง OTC Brokers (Over-the-Counter) หรือการซื้อขายสินทรัพย์นอกกระดานเทรดหลัก ซึ่งช่วยให้สามารถโอนย้ายมูลค่ามหาศาลได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบของแพลตฟอร์มสาธารณะ

นักวิเคราะห์จาก Chainalysis ระบุว่า เครือข่ายเหล่านี้มีความซับซ้อนสูงและทำงานในรูปแบบ ‘Crime-as-a-Service’ โดยให้บริการฟอกเงินแก่กลุ่มอาชญากรประเภทต่างๆ ตั้งแต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไปจนถึงผู้ให้บริการพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย การใช้ภาษาจีนเป็นตัวเชื่อมโยงแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจใต้ดินในภูมิภาคเอเชียที่มีความเชื่อมโยงกับระบบการเงินโลกอย่างลึกซึ้ง

จาก CEX สู่ DeFi และ Bridges: กลยุทธ์การอำพรางเส้นทางเงิน

เมื่อทางเข้าและทางออกผ่าน CEX ถูกปิดล้อม อาชญากรจึงเปลี่ยนไปใช้โปรโตคอลการเงินแบบกระจายศูนย์ หรือ DeFi (Decentralized Finance) และบริการ Cross-chain Bridges แทน เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้นักฟอกเงินสามารถสลับเปลี่ยนเหรียญ (Swapping) หรือย้ายสินทรัพย์ข้ามบล็อกเชนไปมาเพื่อลบเลือนร่องรอย (Chain Hopping)

Cross-chain Bridges หรือสะพานข้ามเชน คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้เราสามารถส่งสินทรัพย์จากบล็อกเชนหนึ่ง (เช่น Ethereum) ไปยังอีกบล็อกเชนหนึ่ง (เช่น Solana) ได้โดยตรง ซึ่งในมุมมองของนักลงทุนนี่คือความสะดวกสบาย แต่ในมุมของอาชญากร นี่คือเครื่องมือชั้นยอดในการทำลายความต่อเนื่องของเส้นทางการเงิน ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ยากขึ้นว่าปลายทางของเงินที่แท้จริงอยู่ที่ใด

ความท้าทายของหน่วยงานกำกับดูแลและอนาคตของนักลงทุน

ตัวเลข 8.2 หมื่นล้านดอลลาร์ไม่ใช่เพียงแค่สถิติ แต่มันคือสัญญาณเตือนถึงความมั่นคงของระบบการเงินดิจิทัล การที่เม็ดเงินจำนวนมหาศาลไหลเวียนอยู่ในระบบโดยไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้ อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน และอาจนำไปสู่การออกกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้นจากหน่วยงานอย่าง SEC หรือ FATF

สำหรับนักลงทุนทั่วไป สิ่งนี้สะท้อนว่าความปลอดภัยของสินทรัพย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความโปร่งใสของระบบนิเวศที่ท่านใช้งานอยู่ด้วย การเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงและการตรวจสอบที่โปร่งใสยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องเงินทุนในระยะยาว

สรุปและมุมมองต่อสถานการณ์

การที่นักฟอกเงินเริ่มทิ้งระยะห่างจาก CEX และมุ่งสู่โลก DeFi และเครือข่ายเฉพาะกลุ่ม เป็นการพิสูจน์ว่า ‘แมวไล่จับหนู’ ในโลกเทคโนโลยีนั้นไม่มีวันสิ้นสุด แม้เทคโนโลยีบล็อกเชนจะขึ้นชื่อเรื่องความโปร่งใส (Transparency) แต่ความซับซ้อนของเครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ ก็ถูกนำมาใช้เป็นเกราะบังหน้าได้อย่างแยบยล

ในปีหน้า เราอาจจะได้เห็นการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง Chainalysis ที่เข้มข้นกว่าเดิม เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังแบบ Real-time ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการคัดกรอง ‘เงินสะอาด’ ออกจาก ‘เงินสกปรก’ และสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับโลกการเงิน Web3 อย่างยั่งยืน

Tags: Chainalysis, การฟอกเงิน, คริปโตเคอร์เรนซี, บล็อกเชน, อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

Leave a Reply

Gawao

Gawao

มีความชอบและหลงไหลในเทคโนโลยีทางด้านไอที การลงทุน และเงินคริปโต ..

บทความที่เกี่ยวข้อง