Skip to content
ทิปเทคนิค

วิธีลบไฟล์ขยะออกจาก Windows และ Mac ให้เครื่องเร็วขึ้น ทำเองได้ ไม่ต้องพึ่งโปรแกรมแปลก

คอมช้าลงทุกวัน ไม่ใช่เพราะเครื่องเก่าเสมอไป ส่วนใหญ่มาจากไฟล์ขยะที่สะสมอยู่โดยที่คุณไม่รู้ตัว มาทำความสะอาดเครื่องกันแบบถูกวิธีโดยไม่ต้องพึ่งซอฟต์แวร์แปลกๆ

Gawao
Gawao Author
มีนาคม 13, 2026 3 minutes to read
วิธีลบไฟล์ขยะออกจาก Windows และ Mac ให้เครื่องเร็วขึ้น ทำเองได้ ไม่ต้องพึ่งโปรแกรมแปลก

คอมช้า ไม่ใช่ความผิดของคุณ — แต่แก้ได้เอง

คุณเคยสังเกตไหมว่าคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมาใหม่ๆ ทำงานได้ฉับไว แต่พอผ่านไปสักปีสองปีก็เริ่มช้าลงเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่ได้ลงโปรแกรมอะไรเพิ่มเลย

สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องฮาร์ดแวร์เก่า แต่เป็นเพราะ ไฟล์ขยะสะสม ที่เกิดขึ้นจากการใช้งานปกติทุกวัน ได้แก่:

  • Temp Files — ไฟล์ชั่วคราวที่โปรแกรมสร้างขึ้นระหว่างทำงาน แต่ไม่ได้ลบทิ้งเมื่อเสร็จแล้ว
  • Cache Files — ข้อมูลที่เบราว์เซอร์และแอปเก็บไว้เพื่อโหลดเร็วขึ้น แต่สะสมจนเต็ม Disk
  • Recycle Bin / Trash — ไฟล์ที่ลบแล้วแต่ยังกินพื้นที่อยู่
  • ไฟล์ Update เก่า — Windows/macOS เก็บไฟล์ Update ไว้ให้ Rollback แต่กินพื้นที่มาก
  • Log Files — ไฟล์บันทึกการทำงานของระบบและโปรแกรม
  • Duplicate Files — ไฟล์ซ้ำที่ก็อปปี้มาหลายรอบจนไม่รู้ตัว

บทความนี้จะพาทำความสะอาดทั้ง Windows และ Mac แบบครบจบ ด้วยเครื่องมือที่ติดตั้งมาให้แล้วในระบบ ไม่ต้องโหลดอะไรเพิ่ม


ก่อนเริ่ม: เช็กว่าพื้นที่ Disk เหลือเท่าไหร่

Windows: เปิด File Explorer > คลิกขวาที่ Drive C: > Properties > ดูตรง “Free Space”

Mac: กด Apple Menu () > About This Mac > Storage > Manage

⚠️ ถ้า Drive C: หรือ Macintosh HD เหลือพื้นที่ น้อยกว่า 10% ของความจุทั้งหมด นั่นคือสาเหตุที่เครื่องช้า และควรทำความสะอาดโดยด่วน


วิธีลบไฟล์ขยะออกจาก Windows และ Mac ให้เครื่องเร็วขึ้น ทำเองได้ ไม่ต้องพึ่งโปรแกรมแปลก


ส่วนที่ 1: ทำความสะอาด Windows

วิธีที่ 1 — Disk Cleanup (เครื่องมือในตัว)

Disk Cleanup คือเครื่องมือที่ Microsoft ใส่มาให้ตั้งแต่ Windows เก่าๆ ใช้งานง่ายและปลอดภัยมาก

ขั้นตอน:

  1. กด Windows Key แล้วพิมพ์ Disk Cleanup > Enter
  2. เลือก Drive ที่ต้องการ (ปกติคือ C:)
  3. รอสักครู่ให้ระบบคำนวณ
  4. เลือกทุก Checkbox ที่ต้องการลบ เช่น:
    • ✅ Temporary Internet Files
    • ✅ Recycle Bin
    • ✅ Temporary Files
    • ✅ Thumbnails
  5. กด “Clean up system files” เพื่อเพิ่มตัวเลือก เช่น Windows Update Cleanup (ลบได้หลาย GB เลย)
  6. กด OK > Delete Files

💡 เคล็ดลับ: ขั้นตอน “Clean up system files” มักช่วยคืนพื้นที่ได้ 2–8 GB จากไฟล์ Windows Update เก่า


วิธีที่ 2 — ลบ Temp Files ด้วย Run Command

วิธีนี้เข้าถึง Temp Folder ได้โดยตรง เร็วกว่า Disk Cleanup ในบางกรณี

ขั้นตอน:

  1. กด Windows Key + R เพื่อเปิด Run
  2. พิมพ์ %temp% แล้วกด Enter
  3. หน้าต่าง Temp Folder จะเปิดขึ้น
  4. กด Ctrl + A เลือกทุกไฟล์
  5. กด Delete (ถ้ามีไฟล์ที่ลบไม่ได้ให้ข้ามไป กด Skip)
  6. ทำซ้ำโดยพิมพ์ temp (ไม่มี %) ใน Run เพื่อลบ Temp อีกชุด
  7. ทำซ้ำอีกครั้งโดยพิมพ์ prefetch

วิธีที่ 3 — Storage Sense (Windows 10/11)

Storage Sense คือฟีเจอร์ใหม่ที่ทำความสะอาดให้อัตโนมัติ

ขั้นตอน:

  1. กด Windows Key > Settings > System > Storage
  2. เปิด Toggle “Storage Sense”
  3. กด “Configure Storage Sense or run it now”
  4. ตั้งค่าให้ทำงาน “During low free disk space” หรือ “Every month”
  5. กด “Run Storage Sense now” เพื่อทำทันที

วิธีที่ 4 — ล้าง Cache ของเบราว์เซอร์

Cache ของ Chrome, Edge, Firefox สะสมได้ถึงหลาย GB โดยไม่รู้ตัว

Chrome / Edge: กด Ctrl + Shift + Delete > เลือก “All time” > เช็ก Cached images and files > กด Clear data

Firefox: กด Ctrl + Shift + Delete > เลือก “Everything” > เช็ก Cache > กด OK


วิธีลบไฟล์ขยะออกจาก Windows และ Mac ให้เครื่องเร็วขึ้น ทำเองได้ ไม่ต้องพึ่งโปรแกรมแปลก


ส่วนที่ 2: ทำความสะอาด Mac

วิธีที่ 1 — Optimize Storage (เครื่องมือในตัว macOS)

Apple ใส่ระบบจัดการพื้นที่ฉลาดๆ มาให้ตั้งแต่ macOS Sierra

ขั้นตอน:

  1. กด Apple Menu () > About This Mac > Storage > Manage
  2. ระบบจะเสนอ 4 ตัวเลือก:
    • Store in iCloud — ย้ายไฟล์ไปเก็บบน Cloud
    • Optimize Storage — ลบภาพยนตร์/ซีรีส์ที่ดูแล้วออกจาก iTunes
    • Empty Trash Automatically — ลบ Trash อัตโนมัติหลัง 30 วัน
    • Reduce Clutter — ดูและลบไฟล์ขนาดใหญ่
  3. คลิก “Review Files” ใต้ Reduce Clutter เพื่อดูไฟล์ขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็น

วิธีที่ 2 — ลบ Cache ด้วยตัวเอง

ขั้นตอน:

  1. เปิด Finder
  2. กด Go ในเมนูบาร์ > Go to Folder…
  3. พิมพ์ ~/Library/Caches แล้วกด Enter
  4. ดูโฟลเดอร์ขนาดใหญ่และลบเนื้อหาข้างในออก (ไม่ใช่ลบโฟลเดอร์)
  5. ทำซ้ำกับ /Library/Caches (System Cache)

⚠️ ข้อควรระวัง: ลบเฉพาะ เนื้อหาในโฟลเดอร์ ไม่ใช่โฟลเดอร์ทั้งใบ และปิดแอปทั้งหมดก่อนลบ


วิธีที่ 3 — ลบ Downloads และ Desktop ที่รก

หลายคนดาวน์โหลดไฟล์มาใช้แล้วลืมลบ โฟลเดอร์ Downloads และ Desktop มักกลายเป็นแหล่งขยะขนาดใหญ่โดยไม่รู้ตัว

วิธีดูว่าไฟล์ไหนใหญ่ที่สุด:

  1. เปิด Finder > Downloads
  2. กด View > Show View Options > เปิด Show item info
  3. จัดเรียงตาม Size (คลิกหัว Column “Size”)
  4. ลบไฟล์ขนาดใหญ่ที่ไม่ต้องการแล้ว

วิธีที่ 4 — ล้าง Cache Safari และ Chrome บน Mac

Safari: Safari > Preferences > Advanced > เปิด “Show Develop menu” > กด Develop > Empty Caches

Chrome บน Mac: กด ⌘ + Shift + Delete > เลือก All time > เช็ก Cached images > กด Clear data


วิธีลบไฟล์ขยะออกจาก Windows และ Mac ให้เครื่องเร็วขึ้น ทำเองได้ ไม่ต้องพึ่งโปรแกรมแปลก


สิ่งที่ไม่ควรลบ (เพื่อความปลอดภัย)

ทำความสะอาดดีแน่ แต่มีบางโฟลเดอร์ที่ไม่ควรแตะต้องด้วยตัวเอง:

โฟลเดอร์ เหตุผลที่ไม่ควรลบ
C:\Windows\System32 ไฟล์ระบบ Windows สำคัญ
C:\Program Files ไฟล์โปรแกรมที่ติดตั้งอยู่
/System บน Mac ไฟล์ระบบ macOS สำคัญ
/usr/bin บน Mac คำสั่งระบบสำคัญ
Registry บน Windows แก้ไขผิดพลาดได้ทำให้ระบบพังได้

🚫 หลีกเลี่ยงโปรแกรม Registry Cleaner ที่โฆษณาว่าช่วยให้เครื่องเร็วขึ้น — Microsoft และ Apple ต่างแนะนำว่าไม่จำเป็นและอาจเป็นอันตราย


เปรียบเทียบ: วิธีทำความสะอาดแต่ละแบบ

วิธี Windows Mac ประหยัดพื้นที่ ความยาก
Built-in Cleanup Tool ✅ Disk Cleanup ✅ Optimize Storage สูง ⭐ ง่าย
Temp Files (Manual) ✅ %temp% ✅ ~/Library/Caches กลาง ⭐⭐ ปานกลาง
Browser Cache กลาง ⭐ ง่าย
Downloads Folder สูงมาก ⭐ ง่าย
Windows Update Files สูงมาก ⭐⭐ ปานกลาง

แนะนำ: ตั้ง Schedule ทำความสะอาดสม่ำเสมอ

การทำความสะอาดเพียงครั้งเดียวไม่พอ ขยะจะกลับมาสะสมเสมอ ลองตั้งตารางให้ตัวเองทำสม่ำเสมอ:

ทุกสัปดาห์  → ล้าง Cache เบราว์เซอร์
ทุกเดือน   → ลบ Temp Files + ล้าง Downloads
ทุก 3 เดือน → Disk Cleanup เต็มรูปแบบ + ลบโปรแกรมที่ไม่ใช้
ทุกปี      → ทบทวนไฟล์ขนาดใหญ่ทั้งหมด

วิธีลบไฟล์ขยะออกจาก Windows และ Mac ให้เครื่องเร็วขึ้น ทำเองได้ ไม่ต้องพึ่งโปรแกรมแปลก


Bonus: ตรวจสอบว่าโปรแกรมไหนกิน Disk มากที่สุด

บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Temp Files แต่อยู่ที่โปรแกรมหรือไฟล์ขนาดใหญ่ที่คุณลืมไป

Windows — ใช้ WinDirStat (ฟรี): ดาวน์โหลดได้ที่ windirstat.net — แสดงภาพ Tree Map ว่าโฟลเดอร์ไหนกินพื้นที่มากที่สุด ใช้งานง่ายมาก

Mac — ใช้ DiskSight (ฟรีใน App Store): หรือใช้ Finder > Go > All My Files แล้วจัดเรียงตาม Size ก็ได้เช่นกัน


สรุป: Checklist ทำความสะอาดคอมฉบับสมบูรณ์

Windows:
☐ รัน Disk Cleanup + Clean up system files แล้ว
☐ ลบ Temp ด้วย %temp% แล้ว
☐ เปิด Storage Sense อัตโนมัติแล้ว
☐ ล้าง Cache เบราว์เซอร์แล้ว
☐ เช็กและลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้แล้ว

Mac:
☐ เปิด Optimize Storage แล้ว
☐ ลบ Cache ใน ~/Library/Caches แล้ว
☐ จัดการ Downloads Folder แล้ว
☐ ล้าง Cache Safari / Chrome แล้ว
☐ เช็กและถอน App ที่ไม่ใช้แล้ว

ทำครบทุกข้อใช้เวลาประมาณ 30 นาที และคุณจะรู้สึกได้ชัดเจนว่าเครื่องเร็วขึ้นกว่าเดิม


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ถ้าลบ Temp Files แล้วจะมีปัญหาไหม? A: ไม่มีครับ Temp Files คือไฟล์ชั่วคราวที่ถูกออกแบบมาให้ลบได้ ถ้าโปรแกรมต้องการก็จะสร้างใหม่เองโดยอัตโนมัติ

Q: ลบ Cache เบราว์เซอร์แล้วจะผลอะไรไหม? A: ครั้งแรกที่เปิดเว็บหลังลบ Cache อาจโหลดช้ากว่าปกติเล็กน้อย เพราะต้องดาวน์โหลดข้อมูลใหม่ แต่หลังจากนั้นจะกลับมาเร็วตามปกติ และ Password ที่บันทึกไว้จะไม่หายไปด้วย (อยู่คนละส่วนกัน)

Q: โปรแกรม CCleaner ใช้ได้ไหม? A: CCleaner เคยได้รับความนิยมสูง แต่ในปัจจุบัน Windows 10/11 และ macOS มีเครื่องมือในตัวที่ดีพอแล้ว และ CCleaner เคยมีประวัติถูกมัลแวร์แทรกซึมในปี 2017 ผมแนะนำให้ใช้เครื่องมือ built-in แทนเพื่อความปลอดภัย

Q: SSD กับ HDD ต้องการการทำความสะอาดต่างกันไหม? A: สำหรับ SSD ไม่แนะนำให้ใช้ Defragment เพราะจะทำให้ SSD เสื่อมเร็วขึ้น แต่การลบไฟล์ขยะทำได้ตามปกติ Windows 10/11 จัดการ TRIM สำหรับ SSD ให้อัตโนมัติอยู่แล้ว

Q: RAM เต็มกับ Disk เต็มต่างกันยังไง? A: Disk เต็มทำให้ระบบไม่มีที่เก็บไฟล์ชั่วคราวและ Virtual Memory ส่งผลให้เครื่องช้ามาก ส่วน RAM เต็มทำให้โปรแกรมทำงานกระตุก บทความนี้แก้ปัญหา Disk เต็มเป็นหลัก ถ้า RAM เต็มอาจต้องพิจารณาอัปเกรด RAM


แหล่งอ้างอิง


เผยแพร่บน: gawao.com | หมวดหมู่: IT How-To | อัปเดตล่าสุด: มีนาคม 2026

Leave a Reply

Gawao

Gawao

มีความชอบและหลงไหลในเทคโนโลยีทางด้านไอที การลงทุน และเงินคริปโต ..

บทความที่เกี่ยวข้อง