Skip to content
คริปโตและบล๊อคเชน

เจาะลึกเทคโนโลยีของเหรียญ Monero (XMR)

Gawao
Gawao Author
พฤษภาคม 18, 2018 2 minutes to read
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Monero
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Monero

ที่มาที่ไปของเหรียญ Monero

เป้าหมายหลักของเหรียญ Monero ตั้งใจว่าจะมาปิดจุดบอดของบิทคอยน์ตรงที่ต้องการให้เป็นเหรียญที่มีความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง ไม่ต้องการให้เปิดเผยตัวตนของผู้ใช้ ก่อนที่จะมีเหรียญ Monero (XMR) เกิดขึ้นนั้น Application Protocol ชื่อ CryptoNote เกิดขึ้นบนโลก และในองค์ประกอบของ Protocol ตัวนี้ก็มี Algorithm ที่ชื่อว่า CryptoNight ซึ่งถูกออกแบบการทำงานมาให้เป็นแบบ Proof-of-work โดยรองรับ CPU เป็นหลักในการถอดรหัส Algorithm ตัวนี้

ด้วยความที่ว่าการถือกำเนิดของ CryptoNote นั้นไม่ได้เป็นการนำ Source Code เดิมของ Bitcoin มาเปลี่ยน เป็นเพียงการทำ Concept มาใช้เท่านั้น มันจึงถือได้ว่าเป็นเหรียญที่เกิดใหม่ คิดใหม่ ทำใหม่หมด จากนั้นไม่นานราว ๆ เดือน กรกฎาคม 2012 ก็มีการกำเนิดเหรียญ Bytecoin (BCN) ขึ้นมา เหรียญนี้เองน่ะแหละที่เป็นพื้นฐานเหรียญที่ Monero (XMR) นำมาพัฒนาต่อยอดอีกที และเปิดให้ชาวโลกได้รู้จักราว ๆ เดือน เมษายน 2014 จากสถิติย้อนหลังนั้น Monero (XMR) เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในช่วงปี 2016 เป็นต้นมา เพราะความที่สามารถปิดบังตัวตนของผู้ใช้งานได้ จึงกลายเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในกลุ่ม Dark เว็บต่าง ๆ เช่น Darknet Market, AlphaBay เป็นต้น ใช้เวลาเพียงสองปีเอง

Monero Coin Marketcap
Monero Coin Marketcap : https://coinmarketcap.com/currencies/monero/

จะว่าไปแล้วบางกลุ่มก็มองภาพลักษณ์ของ Monero (XMR) ไปแนวทางที่ดูจะเป็นแง่ลบ เพราะมันกลายเป็นเหรียญยอดฮิตในตลาดมืดอย่างที่พูดไป พวกผู้ค้ายา หรือ พ่อค้าอาวุธ นี่เองน่าจะเป็นผู้ใช้งานเหรียญ Monero (XMR) เป็นหลักเลยก็ว่าได้

แรกเริ่มเดิมทีมันชื่อว่า BitMonero โปรเจคนี้ดูแลโดย thankful_for_today (ID ใน Bitcointalk.org) แล้วแต่มาก็มีการโอนผู้ดูแลไปเป็น David Latapie (ID ใน Bitcointalk.org) แล้วเปลี่ยนชื่อเหรียญเป็น Monero และแทนที่นาย thankful_for_today ด้วย fluffypony, tacotime, NoodleDoodle, smooth, othe, David Latapie, แล้วก็ eizh ปัจจุบันบางคนก็ออกไปแล้วแต่ยังเหลือทีมงานหลัก ๆ อยู่บ้างสามารถดูทีมงานได้จากลิงค์ด้านล่างนี้

Monero: Monero Team

นอกเหนือจาก Core Team ก็ยังมี Developer ทีมซึ่งเป็นอาสาสมัครทั่วโลกกว่า 200 คน และยังมี Research Lab ด้วย ผมดูจากผลงานการพัฒนาก็มีผลลัพธ์ออกมาเยอะดีนะครับทีมค่อนข้างแข็งทีเดียวทีมพัฒนาเยอะมาก แต่เป็นแบบสมัครใจ ซึ่งแบบนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย สามารถดูผลงานได้จาก Link นี้ครับ

Monero Road map

ระบบเงินทุนของ Monero เป็นลักษณะ Funding สามารถเข้าไปดูได้ที่ Link นี้ https://forum.getmonero.org/8/funding-required ก็ออกแบบระบบมาดีครับ เป็น Community ที่แข็งเลยทีเดียว

ปริมาณเหรียญและการควบคุมปริมาณ

ปริมาณของเหรียญ Monero นั้นไม่มีจำนวนที่จำกัดในการผลิตออกมา ในปี 2018 นี้เหรียญ Monero (XMR) มีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 16,043,255 XMR และมีการประเมินเอาไว้ว่าภายในปี 2050 จะมีเหรียญ Monero ผลิตออกมาทั้งหมดที่ 22,482,673 XMR

เพื่อไม่ให้จำนวนเหรียญเฟ้อมากจนเกินไป เนื่องจากประสิทธิภาพของ CPU จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยทาง Monero จะมีอัลกอริทึ่มชื่อว่า Tail Emission ใช้ในการควบคุมปริมาณตรงนี้ ซึ่งหลักการทำงานของมันคือในช่วงแรก ๆ นั้นจะมีจำนวนเหรียญที่ผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก นักขุดก็จะได้รางวัลในเมื่อขุดได้แต่มันก็จะมีความยากมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการขุด

การขุดเหรียญ Digital

ส่วนของผลตอบแทนสำหรับนักขุดตอนนี้ก็จะอยู่ที่ 0.6XMR/Block ซึ่งจะไม่เพิ่มไม่ลดไปจนถึงช่วงเดือน พ.ค. 2022 นู่นเลยซึ่งในช่วงเวลานี้จะเรียกว่า Pre-tail Emission ถ้าใครที่มี CPU ดี ๆ ก็จะขุดได้เยอะขึ้นเพราะจะยังไม่มีการควบคุมอัตราความเฟ้อของเหรียญ และมีการประเมินเอาไว้ว่าในปีนั้นจะมีจำนวนเหรียญ Monero ทั้งหมดประมาณ 18.132 ล้าน Monero … หลังจากนั้นเมื่อผ่านช่วง Pre-tail Emission ไปแล้วจะเข้าสู่ช่วง Tail Emission แล้ว โดยช่วงนี้จะถูกกำหนดไว้ว่า

ทุก ๆ 2 นาทีจะมี Block ของ Monero เกิดขึ้น 1 Block และในแต่ละบล๊อคจะมีจำนวน Monero เพียง 0.6 XMR เท่านั้น

หรือมันก็การควบคุมจำนวนเหรียญเฟ้อให้มีอัตราที่ 0.87% ต่อปีไปเรื่อย ๆ โดยหลักการนี้มันจะยังทำให้นักขุดสามารถขุดเหรียญได้ต่อไปเรื่อย ๆ ครับ อยากรู้ว่า Monero จะมีจำนวนเท่าไหร่ในปีไหนดูได้จากลิงค์ด้านล่างนี้ ทางผู้พัฒนาได้คำนวณเอาไว้ให้เราแล้ว จนถึงปี 2025 นู่นเลย เปรียบเทียบกับ Bitcoin ให้ดูด้วย

https://docs.google.com/spreadsheets/d/1qXi7zUSIh7F6UuSuhOryyFbHEy_LJuym3I3neAga_2s/edit?pli=1#gid=239466694

เทคโนโลยีน่าสนใจที่ทำงานเบื้องหลัง Monero

  1. CryptoNight Hash Algorithm  –  เป็น Algorithm ที่เข้าถึงได้ง่ายเนื่องจากสามารถขุดได้ จากคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่ว่าจะคุ้มค่าขุดรึเปล่านั้นก็ว่ากันอีกเรื่อง Algorithm ตัวนี้ปัจจุบันปี 2018 (ที่เขียนบทความ) ก็วิ่งไปที่เวอร์ชั่น 7 แล้ว โดยได้เพิ่มความสามารถเพื่อไม่ให้เครื่องขุดจำพวก ASIC มาขุดเหรียญนี้ได้นั่นเอง
  2. Adaptive block size limit  – มันถูกออกแบบมาให้สามารถขยาย Block ได้อัตโนมัติเพื่อเพิ่มความจุให้กับจำนวน Transaction ในอนาคตได้ แล้วมันสำคัญยังไงผมอธิบายการทำงานของมันจะงง ๆ ผมขออธิบายปัญหาของ Bitcoin ดีกว่าจะได้เข้าใจว่าทำไม Monero ถึงมีข้อดีตรงนี้ ปัญหาเดิมใน Bitcoin คือ โดยปรกติ Bitcoin Block จะสร้างทุก ๆ 10 นาที โดย Block มันจะถูกจำกัดขนาดไว้ ถ้าจำกันได้ที่มัน Hard fork กันตอนที่เกิด Bitcoin Cash นั่นแหละเพราะความเห็นไม่ตรงกันเรื่อง Block size ด้วย ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับว่า ถ้าในช่วงที่มี Transaction เยอะ ๆ พื้นที่ ในการเก็บ Transaction มันไม่เพียงพอต่อการทำธุรกรรม Transaction นั้นจะ Delay และวิธีการที่จะทำให้มันเร็วมีครับ ถ้าคุณอยากได้เร็วต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม ซึ่งนี่แหละที่ Monero เค้าออกแบบมาแก้ไขตรงนี้ คือขยายขนาด Block ได้ถึงแม้ว่ายังไม่ถึงรอบที่จะเกิด Block ใหม่ Block เดิมก็สามารถรองรับธุรกรรมได้
  3. Ring Signature – เป็นเทคนิคในการซ่อน Address ผู้ส่งเพื่อไม่ให้ link กลับมาได้ว่าใครส่ง ด้วยเหตุนี้เองนี่แหละที่ทำให้พวก Dark Side ทั้งหลายชอบใช้งาน Monero กันเป็นว่าเล่น เพราะมันสืบค้นหาต้นตอของคนส่งไม่ได้นั่นเอง
  4. Stealth addresses – เป็นเทคนิคในการซ่อน Address ผู้รับเงินเพื่อรับเงินโดยที่ไม่มีใคร link กลับไปได้ว่าเจ้าของคือใคร อันนี้ผมเคยพูดแล้วว่า Litecoin มีแผนจะพัฒนาเทคนิคนี้ คิดว่าน่าจะได้อิทธิพลมาจาก Monero นี่แหละ สามารถเข้าไปดูได้ที่นี่ https://youtu.be/hfz8UheSUys
  5. Ring Confidential Transaction – เป็นเทคนิคในการรับส่งเหรียญโดยที่ไม่ต้องเปิดเผยจำนวนเหรียญ
  6. Kovri - เทคโนโลยี นี้ยังไม่เสร็จนะครับ แต่มันน่าสนใจตรงที่มัน Encryption จากต้นทางไปปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นผู้รับหรือผู้ส่งจำเป็นจะต้องเปิดเผย IP ของตัวเอง หลักการเหมือนกับ dark net ที่เรียกกันว่า I2P (invisible internet project) โดยใช้ garlic encryption กับ garlic routing เป็น Open source project ที่น่าสนใจทีเดียว
  7. Open Alias  –  เป็นเทคโนโลยีที่เอาไว้เก็บชื่อกระเป๋าเพื่อให้จำได้ง่าย ๆ ภาษาเทคนิคเรียก FQDNs (Fully Qualified Domain Names, i.e. example.openalias.org) อันนี้จะช่วยให้คนใช้งานได้ง่ายขึ้น เหมือนกับเวลาเราพิมพ์ www.google.com แทนที่จะพิมพ์เป็น IP Address ประมาณนั้น

จริง ๆ เหรียญนี้มีอะไรเยอะมาก ๆ เลยแต่ผมหยิบมาเฉพาะที่ผมเห็นว่ามันเป็นเด่น ๆ เท่านั้นนะครับ

สรุปข้อดีของเหรียญ Monero

  1. สามารถขุดได้กันอย่างทั่วถึง โดยใช้คอมพิวเตอร์ทั่ว ๆ ไปที่เราใช้งานกันอยู่นี่แหละ ไม่ต้องหาอะไรมาเพิ่มเติม ถ้ามี CPU แรง ๆ ก็ขุดได้เยอะ
  2. เป็นเหรียญที่มี Community ที่ค่อนข้างแข็ง มีนักพัฒนาเยอะ มีนักวิจัยอยู่ในทีมด้วย
  3. มีแผนพัฒนาชัดเจน ผลงานการพัฒนามีให้เห็นเป็นรูปธรรม
  4. เด่นเรื่อง Privacy (แต่ไม่เด่นตรงคนเอาไปใช้ส่วนใหญ่เป็นพวกสายมืด)
  5. มีระบบเงินทุนเป็นลักษณะให้คนบริจาค ชัดเจนดี
  6. Community โปร่งใส (คนนำไปใช้ไม่โปร่งใส กับคนที่เข้ามาเจตนาไม่โปร่งใสคนละเรื่องกันนะครับ)

แหล่งที่มาของข้อมูล

Comments are closed.

Gawao

Gawao

มีความชอบและหลงไหลในเทคโนโลยีทางด้านไอที การลงทุน และเงินคริปโต ..

บทความที่เกี่ยวข้อง