เกิดอะไรขึ้นเมื่อยักษ์ใหญ่พลาดย่างก้าวบน Threads
เรื่องมันเริ่มมาจากความพยายามที่จะสร้าง Engagement แบบใสๆ ของ Disney บนแพลตฟอร์ม Threads ครับ โดยทางแอคเคาท์หลักของ Disney ได้โพสต์ถามแฟนๆ ว่า “ช่วยแชร์โควตจากหนัง Disney ที่ตรงกับความรู้สึกของคุณในตอนนี้หน่อย!” ฟังดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานและอบอุ่นหัวใจตามสไตล์ค่ายหนูใช่ไหมครับ? แต่กลายเป็นว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับ “ดาร์ก” และ “เดือด” กว่าที่ทีมโซเชียลมีเดียของ Disney จะจินตนาการไว้เยอะเลย
จากโควตซึ้งๆ กลายเป็นสารพัดข้อความต้านอำนาจเผด็จการ
แทนที่ผู้คนจะเข้ามาแชร์ประโยคอย่าง “Hakuna Matata” หรือ “A dream is a wish your heart makes” ชาวเน็ตจำนวนมากกลับพร้อมใจกันขุดเอาประโยคเด็ดจากภาพยนตร์ที่ Disney เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการต่อต้านฟาสซิสต์ การกดขี่ และการลุกขึ้นสู้กับอำนาจที่ไม่เป็นธรรมมาตอบกลับแทน
โควตที่ถูกนำมาถล่มใน Threads ครั้งนี้มาจากหลากหลายเรื่องที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เช่น:
- Star Wars (โดยเฉพาะจากซีรีส์ Andor): ประโยคที่ว่าด้วยการต่อสู้กับอาณาจักร (Empire) ที่สะท้อนถึงการเมืองในโลกความจริงได้อย่างเจ็บแสบ
- The Hunchback of Notre Dame: ประโยคที่พูดถึงความยุติธรรมและการถูกกดขี่โดยผู้มีอำนาจที่อ้างศาสนาหรือศีลธรรม
- Mary Poppins: แม้แต่พี่เลี้ยงสุดใจดีก็ยังมีประโยคที่ถูกตีความในเชิงการเรียกร้องสิทธิและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคม
ประเด็นที่น่าสนใจคือ โควตเหล่านี้ถูกส่งตรงไปถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับรัฐบาลชุดปัจจุบันและกระแสทางสังคมที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในขณะนี้
ทำไม Disney ถึงต้องลบโพสต์? วิเคราะห์ในมุม Tech & PR
หลังจากโพสต์ดังกล่าวเริ่มเต็มไปด้วยข้อความทางการเมืองที่หนักหน่วง Disney ก็ตัดสินใจ “ลบทิ้ง” ทันที ซึ่งนี่คือสิ่งที่น่าคิดครับ ในมุมของแบรนด์ระดับโลก การที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมทิศทางของ Content ได้ ถือเป็นความเสี่ยงอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเนื้อหาเหล่านั้นไปแตะต้องประเด็นที่อ่อนไหวอย่างการเมือง (Political Sensitive)
สาเหตุที่เป็นไปได้ในการลบครั้งนี้มีอยู่ 2 ประเด็นหลัก:
- ความกลัวที่จะทำให้ผู้มีอำนาจไม่พอใจ: Disney ในยุคปัจจุบันมักจะถูกวิจารณ์ว่าพยายามวางตัวเป็นกลางจนบางครั้งดูเหมือนขลาดกลัวที่จะยืนหยัดในข้อความที่หนังของตัวเองพยายามสื่อสาร
- Brand Safety: การที่โพสต์ของแบรนด์กลายเป็นพื้นที่ชุมนุมทางการเมืองอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ความบันเทิงสำหรับครอบครัว ซึ่งเป็นหัวใจหลักของบริษัท
ความย้อนแย้งที่ตบหน้า Disney เข้าอย่างจัง
สิ่งที่ตลกและน่าเศร้าในเวลาเดียวกันคือ ข้อความ “ต้านฟาสซิสต์” หรือ “การเรียกร้องเสรีภาพ” เหล่านั้น มันคือคำพูดที่มาจากหนังของ Disney เองทั้งสิ้น! มันแสดงให้เห็นว่าสารที่ Disney ส่งผ่านภาพยนตร์นั้นเข้าถึงใจผู้คนจริงๆ แต่ในฐานะบริษัท (Corporate) พวกเขากลับไม่พร้อมที่จะรับมือกับผลลัพธ์ของสารเหล่านั้นในโลกแห่งความเป็นจริง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบรนด์ใหญ่เจอเหตุการณ์แบบนี้บนโซเชียลมีเดีย แต่กรณีของ Disney บน Threads ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงว่า ในยุคที่ผู้บริโภคมีความตื่นตัวทางการเมืองสูง การตั้งคำถามปลายเปิดแบบ “ใสๆ” อาจนำไปสู่บทสนทนาที่ “เข้มข้น” จนแบรนด์รับไม่ไหว
บทสรุปและบทเรียนสำหรับนักการตลาด
เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า Context is King ครับ การจะโพสต์อะไรในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยุคใหม่ แบรนด์ต้องประเมินสถานการณ์บ้านเมืองและอารมณ์ของสังคมให้ดี หากคุณสร้างเนื้อหาที่ส่งเสริมการต่อสู้เพื่อความถูกต้องในหนัง คุณก็ต้องพร้อมที่จะยอมรับเมื่อแฟนๆ นำสิ่งนั้นมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารในโลกจริงด้วย
โชคดีที่ยังมีผู้ใช้งาน Threads บางคนแคปภาพและบันทึกเหตุการณ์นี้ไว้ได้ทัน ก่อนที่มันจะหายไปจากไทม์ไลน์ตลอดกาล เป็นการเตือนสติเราว่า โลกมนุษย์มันก็เป็นแบบนี้แหละ… (The human world, it’s a mess) เหมือนที่ปูเซบาสเตียนใน Little Mermaid เคยกล่าวไว้จริงๆ ครับ