จากของเล่นสู่สิ่งจำเป็น
ย้อนกลับไปปี 2024 เมื่อ Samsung เปิดตัว Galaxy AI กับ Galaxy S24 Series หลายคนมองว่าเป็นแค่ “กิมมิค” สำหรับขายมือถือ แต่เพียง 2 ปีต่อมาในปี 2026 ภาพเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง — คนไทยใช้ฟีเจอร์ AI บนมือถือในชีวิตประจำวันมากกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 36% (ไทย 36% vs โลก 24%) และยอดจอง Galaxy S26 ในไทยพุ่งขึ้น 1.4 เท่า จากรุ่นก่อน โดย 90% เลือกรุ่น Ultra ที่มีชิป AI แรงที่สุด
Our top pick
Samsung Galaxy S26 Ultra 12/512GB
อกันเผือก, AI Phone, Photo Assist, Creative Studio, กล้อง 200MP, แบต 5000mAh
ดูราคาที่ช้อปปี้สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ AI ไม่ได้ทำงานบน Cloud อย่างเดียวอีกต่อไป — มันย้ายลงมาอยู่ใน “ชิป” ภายในตัวเครื่องโดยตรง และนี่คือสิ่งที่เรียกว่า On-Device AI
On-Device AI คืออะไร — ทำไมสำคัญ
On-Device AI คือการประมวลผล AI ภายในตัวเครื่องสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องส่งข้อมูลไป Cloud Server ทำได้ด้วยชิปเฉพาะทางที่เรียกว่า NPU (Neural Processing Unit) ซึ่งออกแบบมาเพื่อรัน AI Model โดยเฉพาะ
| เปรียบเทียบ | Cloud AI | On-Device AI |
|---|---|---|
| ความเร็ว | ขึ้นกับอินเทอร์เน็ต | ตอบสนองทันที (< 100 ms) |
| ความเป็นส่วนตัว | ส่งข้อมูลไป Server | ข้อมูลไม่ออกจากเครื่อง |
| ใช้งาน Offline | ไม่ได้ | ได้ |
| แบตเตอรี่ | ใช้มากกว่า (ส่งข้อมูล) | ใช้น้อยกว่า (ชิป NPU ประหยัด) |
| ค่าใช้จ่าย | ผู้ผลิตจ่ายค่า Server | ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม |
ในปี 2026 ชิป NPU ไม่ได้เป็นแค่ “บล็อกแยก” อีกต่อไป แต่ถูก ถักทอเข้าไปในสถาปัตยกรรม CPU และ GPU โดยตรง ทำให้สมาร์ทโฟนกลายเป็น “คอมพิวเตอร์ AI พกพา” อย่างแท้จริง

ศึกชิป AI 2026: ใครแรงที่สุด
ปี 2026 เป็นปีที่ Qualcomm, Apple และ MediaTek แข่งขันดุเดือดที่สุดในเรื่อง NPU โดยทั้ง 3 ค่ายปรับสถาปัตยกรรมชิปใหม่ทั้งหมดให้เป็น “AI-First Architecture”
| ชิป | NPU Performance | มือถือที่ใช้ | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| Snapdragon 8 Elite Gen 5 | ~75 TOPS (+37%) | Samsung Galaxy S26 Ultra, OnePlus 14 Pro | NPU แรงที่สุดใน Android |
| Apple A19 Pro | 40-core Neural Engine | iPhone 18 Pro (คาด ก.ย. 2026) | รัน LLM 2B พารามิเตอร์บนเครื่อง |
| MediaTek Dimensity 9500 | NPU 990 (เร็วขึ้น 2x) | vivo X300, OPPO Find X8 | ประหยัดพลังงานกว่าคู่แข่ง 40% |
| Google Tensor G5 | Gemini Nano built-in | Pixel 11 (คาด Q4 2026) | Gemini Nano ทำงาน Offline |
TOPS (Tera Operations Per Second) คือหน่วยวัดความแรงของ NPU — ยิ่งสูงยิ่งรัน AI Model ได้ซับซ้อน ในปี 2026 ชิป Flagship ทำได้ 70–80 TOPS ซึ่งเพียงพอสำหรับรัน LLM ขนาดเล็กบนเครื่องได้แล้ว
ฟีเจอร์ AI ที่คนไทยใช้มากที่สุด
Samsung Galaxy AI (Galaxy S26 Series)
Galaxy S26 Ultra มาพร้อม Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่มี NPU แรงขึ้น 39% ทำให้ AI ทำงานตลอดเวลาแบบ Always-on ฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดในปี 2026 คือ Gemini สามารถสั่งงานข้ามแอปอัตโนมัติได้ ไม่ใช่แค่ในแอป Samsung อีกต่อไป
ฟีเจอร์ที่รองรับภาษาไทย (รวม 41 ภาษา):
- Circle to Search — วงรอบสิ่งที่เห็นบนจอ ค้นหาทันที
- Live Translate — แปลภาษาแบบ Real-time ระหว่างคุยโทรศัพท์
- Photo Assist — แก้ไขภาพด้วย AI เช่น ลบวัตถุ ขยายภาพ
- Note Assist / Writing Assist — สรุปโน้ต ช่วยเขียนข้อความ
- Transcript Assist — ถอดเสียงเป็นข้อความอัตโนมัติ
Apple Intelligence (iPhone 16/17 Series)
Apple Intelligence เน้นประมวลผลบนเครื่องเป็นหลัก งานที่ซับซ้อนเกินไปจะถูกส่งไป Private Cloud Compute ซึ่ง Apple ออกแบบมาให้แม้แต่ Apple เองก็เข้าถึงข้อมูลไม่ได้
ฟีเจอร์เด่น:
- Writing Tools — ช่วยเขียน ปรับโทน สรุปข้อความ
- Genmoji — สร้าง Emoji ตามคำสั่ง
- Image Playground — สร้างรูปภาพจากคำอธิบาย
- Siri + ChatGPT Integration — Siri ฉลาดขึ้นด้วย ChatGPT
- Visual Intelligence — กล้องวิเคราะห์สิ่งรอบตัว
ข้อจำกัด: ต้องใช้ iPhone 15 Pro ขึ้นไป และภาษาไทยยังไม่รองรับเต็มรูปแบบ
Google Gemini Nano (Pixel Series)
Gemini Nano ทำงานบนเครื่อง 100% ไม่ต้องเชื่อมอินเทอร์เน็ต ตอบสนองต่ำกว่า 100 มิลลิวินาที
- Summarize — สรุปบทความ อีเมล ข้อความยาว
- Smart Reply — ตอบข้อความอัตโนมัติตามบริบท
- Call Screen — คัดกรองสายโทรศัพท์ ถาม Bot ก่อนรับสาย
- Pixel Screenshots — ค้นหาข้อมูลจาก Screenshot เก่าด้วย AI

เปลี่ยนวิธีเลือกซื้อมือถือ — NPU สำคัญเท่า CPU แล้ว
ก่อนหน้านี้คนเลือกมือถือจาก CPU, RAM, กล้อง และแบตเตอรี่ แต่ในปี 2026 ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับ ความสามารถด้าน AI มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในไทยที่ผู้บริโภคไม่ได้ดูแค่สเปกดิบอีกต่อไป แต่ดูว่า “ประสบการณ์ AI ทำให้ชีวิตดีขึ้นอย่างไร”
สิ่งที่ควรดูก่อนซื้อมือถือในปี 2026:
| สเปกที่ต้องดู | ทำไมสำคัญ |
|---|---|
| NPU (TOPS) | ยิ่งสูง ยิ่งรัน AI ได้ซับซ้อนและเร็ว |
| RAM 12GB+ | AI Model ต้องการ RAM สำหรับโหลดข้อมูล |
| รองรับภาษาไทย | ไม่ใช่ทุกฟีเจอร์ AI ที่รองรับภาษาไทย |
| On-Device vs Cloud | On-Device = เร็วกว่า ปลอดภัยกว่า ใช้ Offline ได้ |
| อัปเดต AI ระยะยาว | ผู้ผลิตจะปล่อยฟีเจอร์ AI ใหม่กี่ปี |
เทรนด์ผ่อนชำระ: ข้อมูลจาก AIS พบว่า 70% ของคนไทย ซื้อมือถือผ่านแผนผ่อนชำระ ทำให้การอัปเกรดจากรุ่นกลางไปรุ่น Flagship ที่มี AI แรงกว่าเป็นเรื่องง่ายขึ้น
มือถือรุ่นกลางก็มี AI แล้ว — ไม่ต้อง Flagship ก็ได้
On-Device AI ไม่ได้จำกัดแค่มือถือรุ่นท็อปอีกต่อไป ชิปรุ่นกลางอย่าง Snapdragon 7+ Gen 3 และ MediaTek Dimensity 8400 มี NPU ที่รัน AI พื้นฐานได้แล้ว เช่น การปรับปรุงภาพถ่าย แปลภาษา และสรุปข้อความ ทำให้ Galaxy A56, Redmi Note 15 Pro+ และ OPPO Reno 13 Pro มีฟีเจอร์ AI บางส่วนในราคาไม่ถึงหมื่น

สรุป
ปี 2026 เป็นปีที่ On-Device AI เปลี่ยนจาก “ของเล่นการตลาด” เป็น “สิ่งจำเป็น” สำหรับสมาร์ทโฟน คนไทยตอบรับอย่างแข็งแกร่ง — ใช้ AI มากกว่าค่าเฉลี่ยโลก ยอดจอง Galaxy S26 ทุบสถิติ และเลือกรุ่น Ultra ที่มี AI แรงสุดถึง 90% ครั้งหน้าที่ไปเลือกซื้อมือถือ อย่าลืมถามว่า “NPU กี่ TOPS?” — เพราะมันสำคัญเท่ากับ CPU และกล้องแล้ว
แหล่งอ้างอิง:
- Spring News — Galaxy S26 ทุบสถิติยอดจอง คนไทยใช้ AI Phone มากกว่าค่าเฉลี่ยโลก
- Brand Inside — AIS x Samsung ปั้นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ดิจิทัล AI Phone
- CNBC — Why Samsung’s S26 could preview what Apple’s AI-powered Siri can do
- Futurum Group — Snapdragon 8 Elite Gen 5 Benchmark for Next-Gen Flagship Phones
- Gizmochina — Snapdragon 8 Elite Gen 5 vs Dimensity 9500 vs Apple A19 Pro
- Samsung Thailand — Galaxy AI Features
- ArticsLedge — What Is On-Device AI? How It Works in 2026
เผยแพร่บน: gawao.com | AI, Smartphone, Technology | 24 มีนาคม 2026