ย้อนรอยเหตุการณ์เครือข่าย Verizon ล่มครั้งใหญ่ ทำเอาผู้ใช้ ‘จอดำ’ กันถ้วนหน้า
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นฝันร้ายของผู้ใช้งานเครือข่าย Verizon ในสหรัฐอเมริกาจำนวนหลายล้านคนครับ เพราะเกิดเหตุการณ์สัญญาณล่มครั้งมโหฬาร ชนิดที่ว่าสมาร์ทโฟนของลูกค้ากลายเป็นก้อนอิฐไปชั่วขณะ โดยหน้าจอขึ้นสถานะ ‘SOS’ เพียงอย่างเดียว ซึ่งหมายความว่าคุณไม่สามารถโทรออกหรือรับสายใดๆ ได้เลย นอกจากการโทรหาเบอร์ฉุกเฉิน 911 เท่านั้น นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความโกลาหลให้กับการติดต่อสื่อสารเป็นวงกว้างเลยทีเดียว
Verizon ออกโรงขอโทษ พร้อมแจกเงินชดเชย $20 แต่มี ‘กับดัก’ ซ่อนอยู่!
หลังจากกู้คืนระบบกลับมาได้ในช่วงค่ำของวันเดียวกัน ทาง Verizon ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ วันต่อมาพวกเขาได้ส่งจดหมายขอโทษอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศมอบ ‘Account Credit’ หรือเงินชดเชยจำนวน $20 (ประมาณ 6-7 ร้อยบาท) ให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องดีใช่ไหมครับ? แต่เดี๋ยวก่อน! เพราะนี่คือโอกาสทองที่เหล่า ‘มิจฉาชีพ’ รอคอย พวกเขาฉวยโอกาสส่งลิงก์ปลอมอ้างว่าเป็นลิงก์รับเงินคืน เพื่อหลอกดักข้อมูลส่วนตัวหรือทำ Phishing นั่นเองครับ
วิธีรับเงินชดเชยอย่างปลอดภัย: อย่ากดลิงก์ใน SMS เด็ดขาด!
เพื่อไม่ให้คุณต้องตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือมิจฉาชีพในโลกไซเบอร์ มีกฎเหล็กเพียงข้อเดียวที่คุณต้องจำไว้ครับ คือ ‘ห้ามกดลิงก์ที่ส่งมาในข้อความเด็ดขาด’ แม้ว่ามันจะดูเหมือนส่งมาจาก Verizon ก็ตาม โดยทางโฆษกของ Verizon ได้ยืนยันขั้นตอนที่ถูกต้องไว้ดังนี้ครับ:
- เช็กผ่านแอปฯ หรือเว็บไซต์โดยตรง: วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือการล็อกอินเข้าบัญชีของคุณผ่านแอปพลิเคชัน My Verizon หรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Verizon โดยตรงเท่านั้น
- มองหาปุ่ม Take Action: หากคุณได้รับสิทธิ์ เงินชดเชย $20 จะปรากฏเป็นปุ่มชัดเจนในหน้าบัญชีของคุณ โดย Verizon เรียกว่าปุ่ม ‘Take Action’ ครับ
- สังเกตที่มาของ SMS: หากเป็นข้อความจริง จะต้องส่งมาจากหมายเลขเดิมที่ Verizon เคยใช้ส่งข่าวสารให้คุณเป็นประจำ และจะไม่มีการส่งผ่าน ‘อีเมล’ สำหรับกรณีนี้ครับ
เงินชดเชย $20 ไม่พอเหรอ? ลองเจรจาดูสิ เพราะมีคนทำสำเร็จมาแล้ว!
หลายคนอาจจะมองว่าเงิน $20 มันน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่มีหลายเลขหมายแต่ได้รับเงินก้อนเดียว หรือกลุ่มคนที่ต้องใช้โทรศัพท์ทำงานอย่าง Gig Worker (เช่น คนขับรถส่งของหรือรับส่งผู้โดยสาร) ข้อมูลจาก PCMag ระบุว่ามีผู้ใช้บางรายลองติดต่อ Call Center เพื่อเจรจาขอค่าชดเชยเพิ่ม และมีกรณีที่น่าสนใจมาก คือมีคนขับรถรับจ้างสามารถเจรจาจนได้รับเงินคืนถึง $200 (เกือบ 7,000 บาท) เพื่อชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปในช่วงที่ระบบล่มครับ ดังนั้นถ้าคุณเดือดร้อนจริงๆ การต่อสายหาเจ้าหน้าที่อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีครับ
สรุปสาเหตุ: เป็นที่ซอฟต์แวร์ ไม่ใช่การโดนแฮก
สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่กังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว ทาง Verizon ยืนยันชัดเจนครับว่า เหตุการณ์สัญญาณล่มครั้งนี้เกิดจาก ‘ปัญหาทางด้านซอฟต์แวร์’ ภายในระบบของตัวเอง ไม่ใช่เหตุการณ์ด้าน Cyber Security หรือการถูกโจมตีจากแฮกเกอร์แต่อย่างใด สบายใจได้ในเปลาะหนึ่งครับ แต่สิ่งที่ต้องระวังต่อจากนี้คือ ‘มิตรฉาชีพ’ ที่จะตามมาหลังจากนี้นี่แหละครับ อย่าลืมนะครับ… เช็กสิทธิ์ผ่านแอปฯ เท่านั้น ปลอดภัยที่สุด!
Tags: Verizon, ข่าวไอที, เตือนภัยมิจฉาชีพ, เครือข่ายล่ม, ระบบล่ม