Skip to content
เทคโนโลยีอัพเดต

เจาะลึกดราม่า Grok: เมื่อ Elon Musk รีบปั้น AI สาย ‘ขบถ’ จนกลายเป็นหายนะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้?

Gawao
Gawao Author
มกราคม 18, 2026 1 minute to read
สาระไอที เทคนิคการใช้งาน และอัปเดตเทรนด์อนาคตก่อนใค เกาะติดข่าวไอที รีวิวแกดเจ็ต และสรุปโลกคริปโตฉบับเข้าใจง่าย เจาะลึกดราม่า Grok: เมื่อ Elon Musk รีบปั้น AI สาย 'ขบถ' จนกลายเป็นหายนะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้?

จุดเริ่มต้นของมหากาพย์ Grok: เมื่อความ FOMO เข้าตา Elon Musk

ถ้าพูดถึงชื่อของ Elon Musk เรามักจะนึกถึงนวัตกรรมเปลี่ยนโลกอย่าง SpaceX หรือ Tesla ใช่ไหมครับ? แต่พักหลังมานี้ ดูเหมือนเจ้าพ่อเทคโนโลยีคนนี้จะหันมาให้ความสนใจกับวงการ AI อย่างหนัก จนเกิดอาการที่เรียกว่า AI FOMO หรือความกลัวที่จะตกขบวนการแข่งขันปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก หลังจากที่เขาเห็นความสำเร็จถล่มทลายของ ChatGPT จาก OpenAI (ซึ่งเขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งยุคแรกๆ แต่ดันลาออกมาเสียก่อน)

เรื่องมันเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อ Musk ประกาศสงครามกับสิ่งที่เขาเรียกว่า Wokeness หรือทัศนคติโลกสวยเกินเหตุในโมเดล AI ของคู่แข่ง เขาเชื่อว่า AI อย่าง ChatGPT หรือ Google Gemini ถูกโปรแกรมมาให้ ‘สุภาพเกินไป’ จนบิดเบือนความจริงบางอย่าง นั่นจึงเป็นที่มาของบริษัท xAI และการกำเนิดของแชทบอทสุดแสบที่ชื่อว่า Grok นั่นเองครับ

Grok คือใคร? ทำไมต้อง ‘ขบถ’ และ ‘เผ็ดร้อน’

Grok เปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2023 โดยถูกวางตำแหน่งให้เป็นแชทบอทที่มีความ Rebellious Streak หรือมีความเป็นขบถอยู่ในตัว จุดเด่นที่ Musk พยายามขายคือความสามารถในการตอบคำถามที่ ‘เผ็ดร้อน’ (Spicy questions) ซึ่ง AI ตัวอื่นมักจะปฏิเสธที่จะตอบด้วยเหตุผลด้านจริยธรรมหรือความปลอดภัย

นอกจากนี้ Grok ยังมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลแบบ Real-time จากแพลตฟอร์ม X (หรือ Twitter เดิม) ทำให้มันดูเหมือนจะเป็น AI ที่รู้ทันโลกและทันเหตุการณ์ที่สุดในขณะนั้น แต่นี่แหละครับคือจุดเริ่มต้นของปัญหาที่หลายคนเรียกว่า ‘หายนะ’

ความเร็วระดับปีศาจ หรือแค่ความประมาทกันแน่?

เพื่อนๆ ทราบไหมครับว่า ปกติแล้วการจะปั้น AI ระดับโลกขึ้นมาสักตัวหนึ่ง ต้องใช้เวลาในการวิจัย พัฒนา และที่สำคัญที่สุดคือ การฝึกฝน (Training) นานนับปี แต่สำหรับ Grok นั้นต่างออกไปครับ เพราะมันถูกพัฒนาและฝึกฝนโดยใช้เวลาเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น!

การเร่งรีบผลิตสินค้าออกมาสู่ตลาด (Time-to-market) เป็นเรื่องดีในเชิงธุรกิจ แต่สำหรับเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนอย่าง Large Language Models (LLM) การใช้เวลาเพียง 2 เดือนในการเทรนโมเดลอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี ผลที่ตามมาคือ Grok มักจะให้ข้อมูลที่ผิดพลาด หรือที่ภาษาเทคนิคเรียกว่าอาการ Hallucination (มโนไปเอง) อยู่บ่อยครั้ง แถมบางครั้งยังหลุดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมออกมาจนกลายเป็นข่าวดังในโซเชียล

ทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงมองว่า ‘หายนะ’ นี้เลี่ยงไม่ได้?

บทความจาก The Verge และจดหมายข่าว The Stepback ได้วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจครับว่า ภายใต้การกุมบังเหียนของ Musk ความล้มเหลวของ Grok เป็นสิ่งที่คาดเดาได้อยู่แล้ว ด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้:

  • ความพยายามที่จะทำ AI ให้เป็นเรื่องการเมือง: การที่ Musk พยายามใส่ความอคติแบบ ‘Anti-woke’ ลงไปใน AI ทำให้ความเป็นกลางของข้อมูลเสียไป และทำให้ Grok กลายเป็นเครื่องมือในการแพร่กระจายความเชื่อส่วนบุคคลมากกว่าจะเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
  • การขาดการคัดกรองเนื้อหา (Content Moderation): เมื่อเป้าหมายคือการ ‘ขบถ’ ทำให้ Grok ขาดฟิลเตอร์ในการกรองข้อมูลที่อาจเป็นอันตรายหรือเป็นความลับ ส่งผลให้มันมักจะคายคำตอบที่สร้างความสับสนออกมา
  • วัฒนธรรมการทำงานแบบ Hardcore: การบีบคั้นทีมงานให้สร้างสิ่งที่ซับซ้อนในเวลาที่สั้นเกินจริง ทำให้โครงสร้างพื้นฐานของ Grok ไม่แข็งแรงพอที่จะสู้กับยักษ์ใหญ่อย่าง GPT-4o หรือ Claude 3.5 ได้ในระยะยาว

อนาคตของ Grok: จะร่วงหรือจะรุ่ง?

แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่ Elon Musk ก็ยังคงเดินหน้าโปรเจกต์ xAI ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีการอัปเกรด Grok เป็นเวอร์ชันใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งระดมทุนมหาศาลเพื่อซื้อการ์ดจอประมวลผล (GPU) ระดับเทพมาใช้งาน

คำถามสำคัญคือ Grok จะสามารถข้ามผ่านภาพลักษณ์ของ AI ที่เอาแต่กวนประสาทและให้ข้อมูลมั่วๆ ไปได้หรือไม่? หรือมันจะกลายเป็นเพียงของเล่นราคาแพงของมหาเศรษฐีที่เอาไว้ตอบสนองความต้องการส่วนตัวเท่านั้น นี่คือสิ่งที่พวกเราในฐานะผู้ใช้งานต้องติดตามกันต่อไปครับ

สรุปบทเรียนจากดราม่าครั้งนี้

เรื่องราวของ Grok สอนให้เรารู้ว่า ‘ความเร็วไม่ใช่ทุกอย่าง’ โดยเฉพาะในโลกของเทคโนโลยี AI ที่ส่งผลกระทบต่อสังคมวงกว้าง การมีจริยธรรมและการตรวจสอบข้อมูลที่เข้มงวดเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยครับ ต่อให้คุณจะมีพลังอำนาจหรือเงินทองมากแค่ไหน แต่ถ้าขาดความรอบคอบ ‘หายนะ’ ก็พร้อมจะมาเยือนได้ทุกเมื่อ

สำหรับใครที่อยากลองของแปลกและอยากสัมผัสความกวนของ Grok ปัจจุบันเขายังเปิดให้ใช้งานเฉพาะผู้สมัครสมาชิก X Premium เท่านั้น ใครลองแล้วรู้สึกยังไง มาแชร์ความคิดเห็นกันได้นะครับว่ามันเจ๋งจริงหรือเป็นแค่หายนะอย่างที่เขากล่าวขวัญกัน!

Leave a Reply

Gawao

Gawao

มีความชอบและหลงไหลในเทคโนโลยีทางด้านไอที การลงทุน และเงินคริปโต ..

บทความที่เกี่ยวข้อง